รวมช็อตฉายาเด็ดรัฐบาลยิ่งลักษณ์แอ๊บแบ๊วฟันน้ำนม

อัพเดท : 26-12-2554 เวลา 12:09 น. เปิดดู : 396 ความคิดเห็น : 0



โดย...อสนีบาต

        ตลอดหนึ่งปีมีเรื่องราวทางการเมืองเข้ามาเขย่าอารมณ์ความรู้สึกประชาชน บรรดานักการเมืองขึ้นสู่อำนาจส่วนใหญ่ต่างแสดงพฤติการณ์ที่ก่อให้เกิดความตึงเครียด วิตกกังวล น้อยคนนักสร้างความพึงพอใจหรืออาจมีผลงานก็ถูกเบียดพื้นที่ข่าวไม่ค่อยมีคนกล่าวถึง ว่าไปแล้วกลุ่มบุคคลเหล่านี้เป็นบุคคลสาธารณะที่สวมหัวโขนเข้ามาเล่นละครให้ประชาชนได้วิพากษ์วิจารณ์ 

       รอบปีจึงมักมีประเพณีหยิกแกมหยอกในหมู่สื่อมวลชนที่ได้สัมผัสการทำงานของตัวละครเหล่านี้ ผ่านการตั้งฉายาแบบขำขำ เช่นเดียวกับในมุมมองของ…อสนีบาต…สดับตรับฟังเพื่อนพ้องสื่อมวลชนและเพื่อนฝูงรวมถึงประชาชนแลกเปลี่ยนความเห็นถึงบุคคลทางการเมืองเด่น - ดัง - ลืม  สะท้อนออกมาเป็นฉายาแสบๆ คันๆ ไว้ดังนี้  





       


       นับตั้งแต่แสงประชาธิปไตยสาดส่องมาที่พรรคเพื่อไทยเปิดทางสู่อำนาจรัฐ ตัวชูโรงตำแหน่งนายกฯกำหนดไปที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ท่ามกลางเสียงอื้ออึง ประเทศไทยจะได้สุภาพสตรีเป็นนายกรัฐมนตรี 

       ภาพของการหาเสียงเลือกตั้งเต็มไปด้วยความคึกคัก เพราะพรรคเพื่อไทยขับเน้นความสวยงามทางใบหน้าและเรือนร่างออกมาเป็นจุดขายมากกว่าโชว์กึ๊นแสดงวิสัยทัศน์ต่อการกำหนดทิศทางประเทศไทย ป้ายหาเสียงหวานแหวผสมลีลาบ๊องแบ๊วต่อหน้าสื่อโดดเด่นกว่าการให้น้ำหนักแข่งขันทางนโยบายแต่ละพรรคเสียสิ้น การเมืองไทยช่วงเลือกตั้งจึงหนักไปทางเอ็นเตอร์เทน ชาวบ้านร้านตลาดโขมงโฉงเฉงแต่เรื่องความสวย-ความหล่อ ท้าประลอง

       ครั้นเมื่อเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ หลายคนได้ประจักษ์ชัดต่อวิธีการบริหารประเทศชนิดพูดไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก เพราะแต่ละความมุ่งมั่นถ่ายทอดออกมาทำเอาคนในชาติสรวลเสเฮฮา ไม่เพียงแต่อารมณ์ขันยังผสมอาการสะเทือนใจแม้แต่เรยาต้องอาย จากบทบาทลงพื้นที่สัมผัสผู้ยากไร้ ประสบปัญหาภัยพิบัติต้องน้ำตาร่วงทุกเวที

       หรือแม้แต่ ลีลาตอบคำถามสะท้อนถึงก้อนเนื้อทางความคิดที่เป็นลักษณะถามช้างตอบม้า ถามม้าตอบลา บ่อยครั้งที่ฉากหน้าได้ยินเสียงเพรียกหาความปรองดองแต่ทว่าหลังฉากกลับมีคนในพรรคขมักเขม้นเล่นกลการเมือง หาทางแก้กฎหมาย เอื้อประโยชน์ นิรโทษกรรมให้คนคนเดียว   ทั้งที่คนเป็นนายกฯสวมใส่เสื้อพรรคเพื่อไทย นั่งประชุมในพรรคด้วยแท้ๆ กลับไม่เคยรู้เรื่องอะไรเลย ตอกย้ำผ่านการสัมภาษณ์ “ ดิฉันไม่ทราบ” “เรื่องนี้ต้องขอศึกษาก่อน” จนถูกแซวในเวลาต่อมาสงสัยจะเป็นแฟนธุ์พันธุ์แท้พุ่มพวงจึงถนัดแต่ร้องเพลง “หนูไม่รู้”      

       แม้กระทั่งการออกงานราชการ ตรวจแถวสวนสนาม ก็สามารถฝึกกายได้รวดเร็วแปลงร่างเป็นโรบ็อท ทำให้แม่ทัพนายกองลงมาถึงพลทหารต่างอมยิ้มเป็นทิวแถวมิพักพูดถึงลีลาพบปะผู้นำต่างประเทศ ต้องได้ผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญอย่างพี่ชายปูทางไว้ก่อนไม่งั้นหนูเอาไม่อยู่ เพราะหนูไม่เป็นตัวของตัวเองต้องมีผู้หลักผู้ใหญ่คอยกำกับ

       ถ้าลองปล่อยให้บรรเลงเองโดยลำพังก็เห็นฝีมือกันมาแล้ว ยอดเยี่ยมไหมหล่ะพี่ชายจ๊า อย่างเหตุการณ์ท่องบทออกอากาศวิทยุ โทรทัศน์ ผ่านรายการน้องปูพบประชาชน สงสัยจะเล่นตลกให้ผู้ฟัง จากหญ้าแฝกเป็นหญ้าแพรก จากพฤศจิกายน เป็น พฤศจิกาคม นี่ไม่จุใจยังโชว์คาเฟ่บนโต๊ะครม. จากเรือดำน้ำเป็นเรือดันน้ำ หรือถ้าจะโกอินเตอร์ก็เห็นจะเป็นในวันเปิดแถลงข่าวร่วมกับฮิลารี คลินตัน รมว.ต่างประเทศ ที่ทำเนียบฯ จนกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐยังเกาหัวแกรกๆเพราะแปลคำพูดนายกฯ (inaudible) ไม่ออก!!

       เดิมทีผู้คนที่ได้ฟังเกิดอาการตึงเครียด แต่ความผิดพลาดเป็นอาจิณ ทำให้ประเทศนี้ต้องทำใจปรับให้ได้เพื่ออยู่กับความคุ้นชินผู้นำตามระบอบประชาธิปไตย คิดเสียว่านี่คือ มิสโจ๊กเกอร์การเมืองแห่งประเทศไทย 

       ถ้าเปรียบเหมือนเด็กวัยละอ่อน อายุสัก 3 - 4  ขวบ ที่ยังไม่เปลี่ยนฟันน้ำนมเป็นฟันแท้ ทางการแพทย์ระบุเด็กวัยนี้จะไม่ประสีประสาต่อความรับผิดชอบชั่วดีมากนัก  ทำอะไรผิดพลาดซุ่มซ่าม ถ้าตามประสาอินเทรนด์จัดอยู่ในประเภทแอ๊บแบ๊วไร้เดียงสา จึงไม่ต่างอะไรกับนายกฯรายนี้ที่ออกลีลาใสซื่อในยามประเทศเผชิญวิกฤติ ฉายานี้จึงเหมาะเหม็ง “แอ๊บแบ๊วฟันน้ำนม “ 






       


       ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ถือว่าเป็นตำแหน่งสำคัญต่อการสร้างภาพลักษณ์ เชื่อมกระชับสัมพันธ์ นานาประเทศ ซึ่งเป็นความโชคดีของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีลูกน้องผู้ภักดีเป็นที่ไว้วางใจอย่าง สุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล เสี่ยใหญ่จากเชียงใหม่ จึงได้รับการสมนาคุณมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ แต่อาจเป็นความโชคร้ายของคนไทยหรือไม่ต้องมาร่วมพิจารณาเพราะภารกิจระหว่างประเทศตลอด 4 เดือน เน้นหนักไปทางสร้างผลงานตอบแทนบุญคุณอดีตนายกฯ ทั้งการเคลียร์วีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่น ทั้งคืนพาสปอร์ตเป็นของขวัญคริสมาสต์ ทั้งการจัดแจงบรรดาเจ้าหน้าที่การทูตต้อนรับอำนวยความสะดวกให้ผู้ต้องหาหนีคดีในยามเยือนต่างประเทศ     

       แต่ละเรื่องที่สุรพงษ์ดำเนินการเป็นที่จับจ้องตรวจสอบจากองค์กรภาคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากหมิ่นเหม่เข้าข่ายละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ฉีกม่านประเพณีระเบียบปฏิบัติของกระทรวงการต่างประเทศ จนในที่สุดถูกยื่นถอดถอน ดำเนินคดีอาญา แต่เจ้ากระทรวงรายนี้มิได้ไหวหวั่นเดินหน้าสานภารกิจเพื่อพ.ต.ท.ทักษิณต่อไป  ไม่อาจปฏิเสธกับการสร้างผลงานเข้าตานายใหญ่ยิ่งนัก เพราะถ้าเทียบกับบรรดาแกนนำคนเสื้อแดง  ส.ส.ในพรรคออกมาเคลื่อนไหวช่วยเหลือด้านอื่นๆ ก็ยังไม่รวดเร็วทันใจเท่ากับป๊ะป๋ะสุรพงษ์ ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมยอมดับเครื่องชนพลีชีพเพื่อนายใหญ่ เหมือนเช่นฝูงบินพลีชีพของญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ 2  ทำเอาสูญเสียทั้งตัวเองและฝ่ายตรงข้ามพังกันเป็นแถบ เวทีโลกต้องยกนิ้วให้ “ป๊ะป๋ากามิกาเซ่"






       

       จัดเป็นนักการเมืองเขี้ยวลากดิน ไม่ใช่ใครที่ไหน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ความสามารถในการวางหมากเกมการเมือง พรั่งพรูไอเดียความคิด ถือเป็นลักษณะพิเศษที่ติดตัวมาชนิดที่ห้ามใครลอกเลียนแบบ หรือการผลิตสำนวนโวหารเสียดสีคู่แข่งทางการเมืองต้องยกให้เขา บ่อยครั้งจึงได้รับความไว้วางใจจากนายกฯยิ่งลักษณ์ ทำหน้าที่ตอบกระทู้แทน หรือถ้าเจอแรงเสียดสีจากฝ่ายค้าน ก็จะเป็นหน้าที่ของ นักการเมืองอาวุโสรายนี้ ปะฉะดะ


       ถึงกระนั้นด้วยพฤติกรรมและคำพูด มักจะทำให้ผู้คนต้องมาพินิจพิจารณาถึงเจตนาที่แท้จริง มุ่งหมายอะไรกันแน่ อย่างกรณีข่าวที่เด่นชัด เมื่อครั้งนั่งทำหน้าที่เป็นประธานประชุมครม.แทนนายกฯ ที่ติดราชการต่างจังหวัด จัดประชุมครม.ลับผลักดันร่างพระราชกฤษฏีขอพระราชทานอภัยโทษท่ามกลางเสียงวิจารณ์มีการแก้ไขสาระกฎหมายเอื้อให้พ.ต.ท.ทักษิณ ครั้งแรกก็อ้างความลับไม่ได้แก้ไขสาระ  แต่ต่อมาไปยอมรับกลางสภา รัฐบาลไม่จำเป็นต้องนำเสนอสาระกฎหมายเหมือนรัฐบาลที่ผ่านมา  แต่เมื่อถูกตรวจสอบหนักจากกลุ่มนักวิชาการ ด้านกฎหมาย กฤษฏีกาเห็นว่า ไม่อาจทำได้เพราะจะทำลายระบบนิติรัฐ ความพยายามออกพรฎ.พระราชทานอภัยโทษให้พ.ต.ท.ทักษิณต้องถอยร่น  

       เช่นเดียวกับกับจุดยืนไม่เห็นด้วยต่อการแก้กฎหมายประมวลความอาญามาตรา 112 กรณีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ทำเอาแกนนำคนเสื้อแดงตกตะลึง เพราะเพื่อไทยและเสื้อแดงเป็นเนื้อเดียวกัน แต่เหตุใด ร.ต.อ.เฉลิมถึงออกมาแสดงท่าทีเช่นนี้ หรือเพราะร.ต.อ.เฉลิมรับบทเป็นประธานกรรมการปราบเว็ปหมิ่นตามที่ไปยืนยันกับเหล่าทัพจะจัดการให้สิ้นซาก จึงต้องรักษาภาพเอาจริงเอาจัง นี่แหละหนอกรรมของคนมาเป็นประธาน 

       ล่าสุดประเด็นร้อนแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยแรงผลักดันส.ส.กลุ่มเสื้อแดงต้องการเห็นผลโดยเร็ว แต่ร.ต.อ.เฉลิมกลับมองว่ารอจังหวะที่เหมาะสมแถมเสนอว่าควรประชาพิจารณ์ก่อน ขัดอารมณ์ความรู้สึกคนเสื้อแดงแต่อีกด้านมองว่านี่เป็นหมากเกมสับขาหลอกสร้างข่าวกลบเรื่องบางเรื่องที่รัฐบาลกำลังคิดการณ์ใหญ่อยู่ก็ได้ ทุกลีลาคำพูดจับทางไม่ถูกเดินตามไม่ทัน สมแล้วฉายา ”ประธานหารสอง”






       


       เงียบ พูดน้อย ต่อยหนัก ยกให้ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม เงียบๆอย่างนี้แหละ แต่ภารกิจน่าดูชม ตั้งแต่คอยประสานเคลียร์ข้อข้องใจทางคดีให้กลุ่มคนเสื้อแดงได้รับการประกันตัว จัดวางข้าราชการกระทรวงให้เป็นไปตามที่ตัวเองต้องการเพื่อหวังผลสูงต่อการอำนวยความสะดวกให้กับผู้มีบุญคุณต่างแดน จะด้วยคำสั่งโยกย้ายอธิบดีคุก ปรับปรุงคุกวีไอพีต้อนรับนักโทษคดีการเมือง แต่งตั้งนักวิชาการศึกษาข้อกฎหมายล่าชื่ออภัยโทษ  

       แม้แต่มหาอุทกภัยท่วมเมือง ที่ความจริงกระทรวงมหาดไทยต้องรับผิดชอบโดยตรง แต่นายกฯจับพลัดจับผลูท่าไหนมอบความไว้วางใจให้ พล.ต.อ.ประชามานั่งเป็นผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ว่ากันว่าเพราะบุคคลิกความเป็นผู้ใหญ่ใจดี เป็นอดีตผบ.ตร. มีบริวารในสำนักงานเก่าเยอะ แต่ผู้ใหญ่ใจดีก็ต้องรับเละปัญหาสารพันไม่ว่าจะเป็นข้อครหาทุจริต เอื้อประโยชน์ให้นักการเมืองในพรรคเข้ามาแทรกแซงการแจกจ่ายถุงยังชีพ ม็อบรื้อบิ๊กแบ็ค บิ๊กประชาก็ใช้น้ำเย็นเข้าลูบ จนกระทั่งถูกประเดิมอภิปรายไม่ไว้วางใจในรัฐบาลนี้ ด้วยบุคคลิกท่าทีพูดน้อยแบบบ้านๆ สมานฉันท์นะคร้าบ ลูกบ้านต้องเกรงใจ จึงไม่ต่างกับผู้ใหญ่บ้านในถิ่นไกลปืนเที่ยง  สมควรได้ฉายา “ผู้ใหญ่บ้าน”





       

       บรรดารัฐมนตรี 35 คน หากเอ่ยชื่อ พรศักดิ์ เจริญประเสริฐ จะมีประชาชนตอบถูกสักกี่คนว่าบุคคลรายนี้ดำรงตำแหน่งใด เอ้า! จดจำกันให้ดีๆหรือไม่ก็เขียนแปะข้างฝา  เขาดำรงตำแหน่งรมช.เกษตรและสหกรณ์ เบื้องหลังความสำเร็จที่ทำให้ทุกคนลืมรมต.รายนี้ เพราะความสามารถส่วนบุคคลเวลาเข้ากระทรวงจะใช้วิธีผลุบโผล่เหมือนนินจา หายวับเคลื่อนที่เร็ว ขนาดข้าราชการในกระทรวงยังถามไถ่ รัฐมนตรีท่านนี้หน้าตาเป็นอย่างไร

       ทุกครั้งของการทำโพลล์มีใครบ้างจัดอยู่ในกลุ่มรัฐมนตรีโลกลืม พรศักดิ์ติดกลุ่มเสมอ ขนาดข่าวโพลล์จบไปแล้วซึ่งน่าจะเป็นผลดีที่ทำให้คนรู้จักมากขึ้น แต่ก็ไม่มีใครจดจำเขาอีก ที่เป็นเช่นนี้เพราะเขาใช้เวลาส่วนใหญ่กับการอยู่ในพื้นที่ภาคอีสาน ส่วนงานในกระทรวงเฉลี่ยเข้ามาสัก1-2 วัน 

       ครั้งหนึ่ง เมื่อช่วงน้ำท่วม พรศักดิ์ยอมรับ เขาได้รับมอบหมายให้ลงพื้นที่ดูแลสถานการณ์น้ำท่วมที่ศรีษะเกษ ขณะที่ธีระ วงศ์สมุทร  รมว.เกษตรได้ดูแลพื้นที่ชัยนาท  ปรากฎว่า ศรีษะเกษน้ำไม่ท่วม ทำให้เขาไม่ดัง แตกต่างกับคนอื่นที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมจึงมีชื่อโด่งดัง ถึงกระนั้นเจ้าตัวบอกถ้าศรีษะเกษน้ำท่วม ป่านนี้เขาคงเป็นที่รู้จักของคนในกรุงเทพฯแน่ๆ นี่แหละคือเหตุผลทำไมถึงได้ฉายา “นินจานิรนาม” 





           


       รัฐบาลชุดนี้พยายามเดินนโยบายตามที่หาเสียงเอาไว้ ภายใต้สโลแกน “ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ“ ทั้งแจกแท็บเล็ตเด็กประถมศึกษา ผลักดันโครงการถมทะเล หรือการประสานสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อกรุยทางให้น้องสาวผู้เป็นนายกฯได้ไปสร้างความสง่าผ่าเผยบนเวทีต่างประเทศ หรือแม้แต่การจัดตัวครม. วางแต่งตั้งโยกย้ายบิ๊กข้าราชการ ล้วนแต่ต้องพึ่งบริการพ.ต.ท.ทักษิณเข้ามาเป็นตัวช่วยกระตุ้นทุกครั้งไป ขณะที่พรรคเพื่อไทยยืนหยัดอยู่ได้ นอกจากอ้าง 15 ล้านเสียงค้ำยัน แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธจะอยู่หรือจะไปในทิศทางไหน ต้องได้รับสนับสนุนจากทุนนายใหญ่หล่องลี้ยง

       พ.ต.ท.ทักษิณ จึงเปรียบเสมือนถุงยังชีพที่รัฐบาลนำมาใช้อย่างสิ้นเปลือง แม้รู้ว่าจะไม่สามารถปัดเป่าดับทุกข์ปัญหาประชาชนได้ แต่มาเป็นตัวช่วยให้รัฐบาลดำเนินกิจการต่างๆตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แต่ถึงกระนั้นถุงยังชีพไม่มีวันอยู่ได้นานบริโภคแล้วก็หมดไปหรือไม่บริโภคก็เป็นข้าวของหมดอายุ แจกใครก็ไม่รับแถมโดนด่าอีกต่างหาก เช่นเดียวกับการคิดค้นหาวิธีถนอมถุงยังชีพทางการเมือง จะออกกฎหมาย หาช่องทางช่วยเหลือ แต่เจอมวลประชาชนมหาศาลต่อต้านก็เป็นถุงเน่าไร้ค่าในที่สุด     สภาพของรัฐบาลชุดนี้อยู่ได้เพราะทักษิณแต่ก็อาจพังได้เพราะทักษิณเหมือนกับถุงยังชีพ จึงได้รับฉายา “แม้วยังชีพ” นั่นเอง

       วาทะแห่งปี: “ดิฉันจะไม่ทำเพื่อกลุ่มใด กลุ่มหนึ่ง แต่จะทำเพื่อประเทศชาติและคนไทยทุกคน”


       มากมายเรียงร้อยไม่หมด สำหรับวาทะนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก ที่แสดงศักยภาพทางความคิดผ่านทางหลอดเสียงออกมาเป็นประโยค แต่ที่แน่ๆ สารพัดถ้อยคำเมื่อแปลความออกมาทำเอาประชาชนมึนงงเสมอ 

       ตัวอย่าง เคยลั่นวาจายืนยันอุทกภัยครั้งใหญ่ของประเทศ ”เอาอยู่แน่นอน” แต่ก็เอาไม่อยู่จนได้ หรือจะเป็นเรื่องราวที่นำไปสู่ประเด็นสร้างความขัดแย้งทางการเมืองตอบเพียงว่า” ต้องศึกษารายละเอียดก่อน” โดยหารู้ว่าไม่ว่าขบวนการคนรอบข้างเดินหน้าหลายเรื่องก่อเชื้อความร้อนแรง แต่มาถึงป่านนี้จากปี 54 - 55 นายกฯยังคงตอบขอศึกษาต่อไป 

       แต่วาทะใดเล่าจะกินใจ มีความศักดิ์สิทธิถึงปัจจุบัน ก็เห็นจะเป็นคำแถลงการณ์ของนายกฯยิ่งลักษณ์ในโอกาสรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 28  เมื่อวันที่ 8 ส.ค.54 มีใจความสำคัญว่า "จะนำความรู้ความสามารถ และสติ ปัญญา ทุ่มเททำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และตั้งใจอย่างเต็มที่ เพื่อนำพาประเทศของเรา ไปสู่ความสงบสุข ความสามัคคีปรองดอง มีเจตนารมณ์แน่วแน่ที่จะเข้ามาทำงาน เพื่อแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน ....ดิฉันจะมุ่งมั่น สร้างสุข สลายทุกข์ ให้แก่ประชาชนอย่างสุดกำลังความสามารถ ดิฉันจะไม่ทำเพื่อกลุ่มใด กลุ่มหนึ่ง แต่จะทำเพื่อประเทศชาติและคนไทยทุกคน”

       สิ่งที่กระทำมาตั้งแต่เป็นนายกฯ จนถึงปัจจุบัน ไม่ทำเพื่อกลุ่มใด กลุ่มหนึ่ง แต่ทำเพื่อคนไทยทุกคน กลับตรงข้ามเสียสิ้น แทบจะไม่มีผลงานใดยืนยันกับสิ่งที่พูดนี้ เพราะ 4 เดือนบริหารชาติ  ล้วนให้น้ำหนักมุ่งแก้ไขสิ่งผิดเป็นสิ่งถูก ให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ผู้เป็นพี่ชาย หรือจะเป็นการไฟเขียวแต่งตั้งนักเคลื่อนไหวปลุกระดมผู้ต้องคดีอาญาแผ่นดิน  ได้ขึ้นเป็นใหญ่ในตำแหน่ง ที่ปรึกษา เลขานุการรมต.

       เปิดทางให้วีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่น คืนพาสปอร์ต นำไปสู่การหมิ่นเหม่ขัดกฎหมาย แหกระเบียบปฏิบัติกระทรวงการต่างประเทศ และยังจะหลับตาไม่รับรู้ถึงความพยายามแก้ไขกฎหมายนิรโทษกรรม แก้ไขรัฐธรรมนูญ วางสเป็ค สสร.ตามข้อเสนอแนะของคนเสื้อแดงล่วงหน้า ด้วยการให้กำหนดคุณสมบัติสสร.ห้ามมาจากคนที่รับใช้เผด็จการ  จำกัดสิทธิเสรีภาพประชาธิปไตย อีกทั้งเตรียมไล่รื้อที่มาองค์กรอิสระ จ้องลบมาตรา 309 ในรัฐธรรมนูญปี 50 เพื่อลบล้างผลพวงการกระทำของคณะรัฐประหาร จึงไม่ได้แสดงเห็นว่าเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ส่วนรวมแต่อำนวยประโยชน์เพื่อพวกพ้องนักการเมืองเป็นหลัก ส่วนประโยชน์ส่วนรวมหยิบยกแค่กรณีประชาชนได้รับผลกระทบน้ำท่วมโยนเงินชดเชย ครัวเรือนละ 5,000 บาทแล้วก็จากไป หาได้แข็งขันใช้บทเรียนภัยพิบัติครั้งใหญ่ศึกษาวางยุทธศาสตร์เพื่อปกป้องประเทศชาติ ดูแลประชาชนโดยเร็วแต่อย่างใด ตอกย้ำให้เห็นว่า การทำเพื่อประโยชน์กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมักรวดเร็วทันใจกว่าทำเพื่อประโยชน์ส่วนใหญ่ของประเทศ 

       คำกล่าว “ไม่ทำเพื่อกลุ่มใด กลุ่มหนึ่ง แต่จะทำเพื่อประเทศชาติและคนไทยทุกคน” คือพันธะสัญญาสำคัญ ที่ให้ไว้ต่อสาธารณชนและต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสียด้วย  ยิ่งบอกไว้ด้วยว่า ”จะทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต” นายกฯยิ่งลักษณ์ จดจำสคริ๊ปทั้งหมดได้หรือไม่ หากจำไม่ได้จริงๆ ก็แสดงถึงความไม่ซื่อสัตย์ต่อตนเอง


โดย : Anurak Tags : ยิ่งลักษณ์ แม้ว รัฐบาล เฉลิม อ้างอิง :


Share
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สภาเดือด! ด่าปากหมา ปากตลาด สภาเดือด! ด่าปากหมา ปากตลาด
สภาเดือด !! หลังเด็กปชป.แฉจ่ายท่อน้ำเลี้ยง1-1.5 แสน ให้เลือก ส.ส.ร. ลั่นเป็น "บัญชีบาป"
ตู่เศร้า! ตกเก้าอี้ ส.ส ตามมติศาลรธน. 7 ต่อ 1 ตู่เศร้า! ตกเก้าอี้ ส.ส ตามมติศาลรธน. 7 ต่อ 1
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 1 ให้ "จตุพร พรหมพันธุ์" สิ้นสภาพความเป็น ส.ส.เหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
บำรุงสมอง! "มัลลิกา" ฝากสตอเบอรี่ให้ "นายกปู" บำรุงสมอง! "มัลลิกา" ฝากสตอเบอรี่ให้ "นายกปู"
พร้อมโชว์ผลสตรอเบอรี่ที่เตรียมจะฝากไปให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์
บุญยอด ฉุน!  ทำท่า "ไฮ ฮิตเลอร์" กลางสภา(คลิป) บุญยอด ฉุน! ทำท่า "ไฮ ฮิตเลอร์" กลางสภา(คลิป)
บุญยอด แจงทำสัญลักษณ์ "ไฮ ฮิตเลอร์" เพื่อตอกย้ำ "เผด็จการรัฐสภา"
ความคิดเห็นทั้งหมด
ยังไม่มีความคิดเห็น
 

ตู่แรง!!! ด่า "คนใต้โง่" เลื...
จตุพรนำคณะลงใต้เปิดหมู่บ้านเสื้อแดงเมืองคอน ชี้ภาคใต้ไม่พัฒน...
เปิดถุงเงิน "ณัฐวุฒิ ใสยเกื้...
จากการตรวจสอบ บัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
ญี่ปุ่นมึน! "นายกปู" จ้อไทย ...
สื่อนอกเผย นายกฯปูแจงแผนป้องกันน้ำท่วม ทำนักธุรกิจญี่ปุ่นมึน...
บำรุงสมอง! "มัลลิกา" ฝากสตอเ...
พร้อมโชว์ผลสตรอเบอรี่ที่เตรียมจะฝากไปให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์
ปูเมิน! เสียงวิจารณ์ รูปชุดก...
เมินเสียงค่อนแคะขาประจำ โพสต์เฟซบุ๊ก โชว์รูปสวมชุดกิโมโน ช่ว...


ตู่แรง!!! ด่า "คนใต้โง่" เลื...
จตุพรนำคณะลงใต้เปิดหมู่บ้านเสื้อแดงเมืองคอน ชี้ภาคใต้ไม่พัฒน...
ญี่ปุ่นมึน! "นายกปู" จ้อไทย ...
สื่อนอกเผย นายกฯปูแจงแผนป้องกันน้ำท่วม ทำนักธุรกิจญี่ปุ่นมึน...
"ตู่ " โต้! "รสนา" ว่าคนเสื้...
"จตุพร"ผิดหวัง"รสนา"ด่าคนเสื้อแดงผ่านเฟซบุ๊กไม่รู้ที่นั่งบนเ...
เปิดถุงเงิน "ณัฐวุฒิ ใสยเกื้...
จากการตรวจสอบ บัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
บุญยอด ฉุน! ทำท่า "ไฮ ฮิตเล...
บุญยอด แจงทำสัญลักษณ์ "ไฮ ฮิตเลอร์" เพื่อตอกย้ำ "เผด็จการรัฐ...