เปิดบันทึก 10 เรื่องเล่า เศร้า ซึ้ง ประทับใจ แห่งปี 2553
อัพเดท : 22-12-2553 เวลา 11:40 น. เปิดดู : 1133 ความคิดเห็น : 2
รวมเรื่องราวในปี 2553 ทั้งข่าว รายการ ไปจนถึงเรื่องเล่าที่เป็นประเด็นจนทำให้คุณต้องเสียน้ำตามาแล้ว
เพราะคนเราไม่อาจเติบโตได้ด้วยความสุขเพียงอย่างเดียว การเรียนรู้ความทุกข์ ความเศร้า และพลังใจจากผู้คนรอบข้างจึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะช่วยให้เราก้าวเดินต่อไปข้างหน้าได้
มาร่วมกันถ่ายทอดเรื่องราวที่เป็นความทรงจำดี ๆ กันอีกครั้ง เพื่อนำข้อคิดไปสร้างมุมมองแห่งความสุข ในปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง ทั้งสำหรับคุณและผู้คนรอบข้าง

อภิรักต์ แซ่ฮ้อ : คนเก็บขยะผู้ยิ่งใหญ่
อมยิ้มกับความน่ารัก ซื่อ ๆ ของหนุ่มคนนี้ผ่านทางรายการตีสิบ คนเก็บขยะ แต่งตัวมอซอ หาเช้ากินค่ำ มีชีวิตซ้ำ ๆ ในรูปแบบเดิม ๆ ทุกวัน มามากกว่า 16 ปี เขาแบ่งเงิน 20 บาท จากรายได้ต่อวันประมาณ 50-100 บาท นำไปฝากธนาคาร เพื่อสะสมทีละเล็กทีละน้อย เป็นค่าผ่าตัดหัวใจให้กับแม่ที่ป่วย ทั้งความดัน เบาหวาน เก๊า และโรคหัวใจ

คุณกาญจนา : ว่าที่เจ้าสาวบุกกรมทหารราบที่ 11
เรื่องราวความรักของหนุ่มสาวคู่หนึ่ง ซึ่งขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับ ทั้งคู่ตกลงกันว่า จะเข้าพิธีแต่งงาน เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2553 แต่ด้วยภาระหน้าที่ของแฟนหนุ่ม ส.อ.ณัฐพงษ์ ชินวงศ์ เพิ่งกลับจากการปฏิบัติงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และต้องมารับมือกับการชุมนุมคนเสื้อแดงกลางกรุงเทพฯ ทำให้ว่าที่เจ้าสาวหวั่นใจว่า งานแต่งงานของพวกเขาอาจไม่เกิดขึ้นในกำหนดวันและเวลาเดิมได้ คุณกาญจนา ศรีสวยสกุล จึงตัดสินใจติดต่อไปยังรายการ "ศึกน้ำผึ้งพระจันทร์" และทางทีมงานก็ช่วยให้เกิดภาพความประทับใจขึ้น ณ กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์(ร.11 รอ.) ท่ามกลางสักขีพยาน เป็นผู้บังคับบัญชา และเพื่อนทหารกว่า 700 นาย ก่อนที่ทั้งคู่จะจูงมือกันเข้าสู่ประตูวิวาห์ตามกำหนด หลังจากที่พาความรักเดินทางด้วยกันมา 9 ปี และทุกสิ่งทุกอย่างยังคงเสมอต้นเสมอปลายไม่เปลี่ยนแปลง

มาร์ค - ปาน : เด็กยอดกตัญญู
เด็กหญิง-ชายต่างครอบครัว ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ชีวิตของพวกเขาไม่ได้สนุกสนานอย่างเพื่อนในวัยเดียวกัน แต่กลับมีความเด่นชัดในความกตัญญูอย่างยากที่จะเห็นได้ในสังคมเมืองปัจจุบัน
มาร์ค สรวิศ ไชยสัจ เด็กหนุ่มวัย 14 ปี แห่งบ้านดงพลอง อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา ทำหน้าที่เป็นพยาบาลคอยดูแลป้อนอาหารให้ปู่ ที่ล้มป่วยด้วยโรคอัมพฤกษ์ และทำหน้าที่เป็นหมอคอยฉีดอินซูลินให้ย่า ป่วยโรคเบาหวานขั้นรุนแรง ส่วนวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ที่ว่างเว้นจากการเรียนหนังสือและดูแลปู่กับย่า เด็กชายคนนี้จะไปรับจ้างทำงานร้านเชื่อมเหล็ก เพื่อแลกเงินวันละ 140 บาท มาประทัง 3 ชีวิตให้อยู่รอด ซึ่งเมื่อใดก็ตามที่เขารู้สึกเหนื่อย มาร์ค จะบอกตัวเองเสมอว่า ปู่และย่า ที่เขาเรียกว่า พ่อและแม่ ยังดูแลเขามาตั้งแต่เล็กได้ ดังนั้น นี่คือเวลาที่ต้องตอบแทนบุญคุณพวกท่านบ้าง
น้องปาน - ณมล เทพโสภา เด็กหญิงวัย 12 ปี ใน อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ เธอทำหน้าที่เป็นพยาบาลตัวน้อย คอยเฝ้าดูแลพ่อที่ล้มป่วยอัมพาตมาตั้งแต่เธออายุได้เพียง 6 ขวบ หลังจากผู้เป็นแม่ทิ้งเธอไปขณะที่พ่อของปานเริ่มป่วย ทำให้ ปาน ต้องเป็นผู้จัดการดูแลทุกอย่างในบ้าน เป็นทั้งแม่บ้าน เป็นพยาบาล และหากมีเวลาว่าง ปาน ก็จะช่วยพ่อทำเปล หารายได้เสริม ซึ่งแม้ว่าภาระที่เด็กหญิงคนนี้ต้องทำทุก ๆ วัน จะหนักหนาสาหัสเพียงใด แต่เธอก็ไม่เคยปริปากบ่น ทั้งยังบอกด้วยว่า "เป็นบุญของเธอที่ได้เกิดเป็นลูกของพ่อ"

ต้อม : วันที่แม่กลับบ้าน รายการ คน ค้น ฅน
เด็กที่ไม่ได้เติบโตในครอบครัวพร้อมหน้า พ่อ-แม่-ลูก ย่อมใฝ่ฝันถึงวันที่จะได้อยู่กับพ่อหรือแม่ของเขาบ้าง เช่นเดียวกับ ต้อม เด็กชายแห่ง อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย พ่อแม่ของเขาแยกทางกันตั้งแต่อายุได้เพียง 6 ขวบ ต้อมเคยยินดีที่แม่กลับมาหาบ้าง แม้จะเติมเต็มความทรงจำและความผูกพันระหว่างต้อมกับแม่ได้ไม่มากนัก ทว่าเมื่อแม่กลับมาอยู่กับเขาอย่างถาวร กลับเป็นการเปลี่ยนชีวิตของ "ต้อม" ไปอย่างสิ้นเชิง
แม่ของต้อม ในวัย 33 ปี กลับมาด้วยสภาพคนป่วยโรคเอดส์ระยะสุดท้าย ทานได้เพียงน้ำเพียงเล็กน้อยต่อวันเท่านั้น ทำให้ต้อม ซึ่งเป็นลูกชายคนเดียว ต้องทิ้งชีวิตแบบเดิมที่เคยเล่นสนุกกับเพื่อน ๆ มารับภาระอันหนักอึ้งในการดูแลแม่

น้องวิว : เด็กหญิงในโลกเงียบ
เด็กหญิงคนนี้ เติบโตขึ้นมาภายในห้องเช่าสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ แคบ ๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดแพร่ โดยที่แทบจะไม่เคยเห็นโลกภายนอกว่าเป็นไปอย่างไร ไม่เคยรู้จักผู้คนที่นอกเหนือจากพ่อแม่ของตัวเอง ไม่เคยมีเพื่อน ไม่ได้รับการศึกษา เป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว นับตั้งแต่น้องวิวอายุได้เพียง 2 ขวบ เธอถูกขังไว้ในห้องขณะที่พ่อและแม่ออกไปทำงานหาเงิน โดยมีตุ๊กตาเพียงตัวเดียวเป็นเพื่อนคนสำคัญ ครั้นเมื่อโตพอจะช่วยเหลือตัวเองได้ น้องวิว ก็มีกิจกรรมคลายเหงาอย่างการซักผ้า ล้างจาน และทำงานบ้าน
รายได้วันละ 100 บาท จากอาชีพแม่บ้านของแม่ ผู้ซึ่งไม่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ รวมถึงสติปัญญา รวมกับอีก 200 บาท อันได้จากการใช้แรงงานของพ่อ ซึ่งเป็นรายได้ไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย ทำให้น้องวิวได้รับรสชาติอาหารชั้นดีอย่าง "ไข่เจียว" ไม่บ่อยนัก แต่ภายหลังจากที่เรื่องราวของครอบครัวนี้ถูกนำเสนอผ่านรายการคนค้นฅน ก็มีคนจำนวนมากแสดงความประสงค์เข้าช่วยเหลือ

น้องกัน : ผู้ป่วยโรคพันธุกรรมบกพร่อง
กันและกี้ เด็กชายสองพี่น้องจาก อ.จอมบึง จ.ราชบุรี พวกเขาป่วยด้วยโรคพันธุกรรมบกพร่อง หรือ โรคพันธุกรรมเมตาบอลิก ซึ่งเป็นความผิดพลาดตั้งแต่กำเนิด และไม่มีทางรักษาให้หายได้ นอกจากต้องรอช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต พวกเขาสองพี่น้องดูจะเข้าใจกับโรคที่กำลังรุมเร้า โดยเฉพาะ กัน เด็กชายผู้พี่วัย 18 ปี ที่ยอมรับกับสภาพของตัวเอง และเฝ้ารอวันสุดท้ายของชีวิตอยู่ทุกลมหายใจ เมื่ออาการป่วยเริ่มสำแดงฤทธิ์จนเขาไม่สามารถเดินหรือขยับร่างกายของตัว เองได้อีกต่อไปแล้ว วิทยุและซีดีธรรมะจึงกลายเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความสงบให้กับชีวิตที่ รุ่มร้อนทั้งกายใจ
เมื่อวาระสุดท้ายมาถึง น้องกัน ได้ไปร่วมงานเปิดมูลนิธิช่วยเด็กป่วยโรคพันธุกรรมเมตาบอลิก ที่เจ้าตัวปรารถนาตั้งขึ้น ก่อนจะอาการทรุดหนักและจากไปในวันที่ 4 พฤษภาคม 2553 ซึ่งผู้เป็นแม่บอกว่า ขอให้น้องกันไปดี ไปในที่ที่ปรารถนาอย่างที่เขาพูดเสมอว่า อยากไปเกิดใหม่เป็นคนที่มีร่างกายสมบูรณ์ ขณะที่ น้องกี้ น้องชายวัย 13 ปี กล่าวทั้งน้ำตาว่า... "พี่กัน ตายไปแล้วขึ้นสวรรค์ หายามารักษากี้ให้หายด้วยนะ"

น้องโมเน่ต์ : หนูน้อยไร้แขน
หนูน้อยผู้โชคร้าย เกิดมาไม่มีแขนทั้ง 2 ข้าง ถูกบอกเล่าโดยผู้เป็นพ่อผ่านทางเว็บไซต์ pantip.com เขา ภรรยาไม่คาดคิดเลยว่า ลูกน้อยในครรภ์ที่ไม่เคยแสดงอาการผิดปกติใด ๆ จะคลอดออกมาด้วยน้ำหนักเพียง 1,500 กรัม และถูกส่งตัวเข้าห้องไอซียูทันทีพร้อมเครื่องช่วยหายใจ ก่อนจะได้รับคำตอบว่า น้องโมเน่ต์ เป็นโรค CDLS (Cornelia de Lange Syndrome) ซึ่งเกิดจากการจับคู่ผิดของโครโมโซม ทำให้เด็กหยุดการเจริญเติบโตในท้องมารดา หลังจาก 6 เดือนไปแล้ว โดยเด็กที่เกิดมาจะมีอาการปัญญาอ่อน เจริญเติบโตช้า และอาจมีชีวิตอยู่ได้เพียง 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับสภาวะแทรกซ้อน ซึ่งโรคนี้มีโอกาสพบได้ 1 ต่อ 10,000-30,000 คนเท่านั้น
แม้จะเป็น ความจริงที่แสนเจ็บปวด แต่ผู้เป็นพ่อและแม่พยายามทำใจยอมรับให้ได้ พวกเขาต้องพาลูกน้อยเข้า ๆ ออก ๆ โรงพยาบาลอยู่บ่อยครั้ง เพื่อรักษาชีวิตของน้องโมเน่ต์ กระทั่งตัดสินใจว่า จะไม่ให้แพทย์เจาะ หรือผ่าตัดอะไรที่จะทำให้ลูกสาวเจ็บต่อไปอีกแล้ว พร้อมกับขอให้แพทย์ไม่ต้องยื้อชีวิตหนูน้อยไว้ หากเกิดอาการอะไรหนัก ๆ ที่จำเป็นต้องปั๊มหัวใจ

แบรท วูล์ฟ : ความรักของพ่อ ที่ความตายมิอาจพราก
แบรท วูล์ฟ หนุ่มชาวอเมริกัน ร้องไห้พลางปั๊มหัวใจ "ไมเคิล" ลูกชายวัย 4 ขวบ แต่ก็ไม่เป็นผล หลังพลั้งเผลอปล่อยลูกเล่นใกล้ระเบียง จนพลัดตกจากคอนโดมิเนียมชั้น 10 กลางเมืองพัทยา และ วูล์ฟ ก็ไม่สามารถผ่านช่วงเวลาเลวร้ายนี้ไปได้ 3 วัน หลังการจากไปของไมเคิล เขาตัดสินใจกินยาปลิดชีวิตตนเอง โดยทิ้งโน้ตข้อความว่า "I love my son Michael" ผมรักลูกของผม ไมเคิล
วูล์ฟ แต่งงานกับภรรยาชาวฟิลิปปินส์ มีลูกหนึ่งคน ก่อนจะหย่าร้างกัน และเขาได้สิทธิ์เลี้ยงดูลูก โดยในขณะที่ไมเคิลอายุได้เกือบ 2 ขวบ วูล์ฟ ต้องพบกับฝันร้าย เมื่อพี่เลี้ยงสาววัย 15 ปี พาลูกน้อยของเขาหายไปจากบ้านเป็นเวลากว่า 24 ชั่วโมง ซึ่งเหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกมากพอที่ FBI จะให้ความร่วมมือกับตำรวจท้องที่ จนสามารถหาตัว ไมเคิล กลับมาสู่อ้อมกอดของพ่ออีกครั้ง หลังจากนั้น วูล์ฟ หอบลูกมาอยู่พัทยา ก่อนจะมาพบกับจุดจบของชีวิตในที่สุด

ลินดา : สาวหัวใจแกร่ง แม้ไส้อยู่นอกร่างกาย
คุณลินดา พิริยะปัญญาพร คือผู้ป่วยลำไส้ทะลักออกมาอยู่นอกตัวตั้งแต่แรกเกิด แต่เธอกลับมีชีวิตรอดมากว่า 30 ปีแล้ว ด้วยกำลังใจจากคนในครอบครัว และการมองโลกในแง่ดี ทว่าหลายสิบปีมานี้เธอก็ต้องเข้าออกโรงพยาบาลอยู่เป็นประจำจากอากาปวดท้อง และความเจ็บปวดซ้ำซากเช่นนี้ ทำให้คุณลินดา ตัดสินใจผ่าตัดเรียงลำไส้ แม้จะเสี่ยงต่อชีวิตสูงมาก แต่การผ่าตัดในครั้งนั้นเธอก็รอดชีวิตมาได้ แม้อาการจะไม่หายร้อยเปอร์เซ็นต์ เพียงแค่อาการปวดท้องจะลดน้อยลงก็เท่านั้น
แพทย์แนะนำให้เธอผ่าตัดสร้างตาข่ายเทียมเพื่อยึดให้เกิดผนังหน้าท้องให้แข็งแรง ขึ้น แต่ด้วยเหตุผลทางการแพทย์ คุณลินดา จำเป็นต้องผ่านการตั้งครรภ์และคลอดบุตรมาก่อน ซึ่งเธอได้รับการช่วยเหลือจากเพื่อนชายนักธุรกิจชาวต่างชาติเป็นผู้บริจาค น้ำเชื้อให้ และตั้งครรภ์ลูกแฝด ทว่าข่าวดีนี้มาพร้อมกับข่าวร้าย เมื่อเธอตรวจเจอมะเร็งต่อมไทรอยด์ จนสุดท้ายต้องแท้งลูกไป และผ่าตัดเอาก้อนมะเร็งออกไปได้สำเร็จ
ขณะที่คุณลินดากำลังรักษาตัว อยู่ เธอก็เดินหน้าสานต่อความฝันที่อยากก้าวไปเป็นช่างผมระดับโลกต่อไป ด้วยการไปศึกษาเรื่องการทำผมที่สหรัฐอเมริกา และเข้าร่วมการประกวดช่างผมระดับโลก ปี 2009 เธอต้องต่อสู้กับการกลั่นแกล้งสารพัดจากเวทีประกวด ก่อนจะได้รับรางวัลที่ 4 และรางวัล Best Perfomance Award ซึ่งแม้จะโกรธมากกับจนแทบไม่อยากได้รางวัล แต่เธอยังคงตั้งปณิธานว่า "จะเป็นที่ 1 ในเวทีโลกให้ได้ก่อนตาย"

ยาย ยิ้ม : ยิ้มเย้ยยาก
ยายยิ้ม หญิงชราผู้เดินลงจากบ้านกลางป่าเขาระยะทาง 7-8 กิโลเมตร เป็นกิจวัตรสม่ำเสมอทุกวันพระ จนเป็นภาพชินตาของชาวบ้านบ้านท่าหนอง จ.พิษณุโลก ซึ่งแม้ว่าระยะทางไกลเต็มไปด้วยหล่มโคลน ถนนเป็นร่องขรุขระ หรือฝนจะตก ฟ้าจะร้อง ยายยิ้ม ก็ไปถึงวัดไม่เคยขาด
แม้วัยจะล่วงเลย มาถึง 83 ปี แต่ ยายยิ้ม ยืนยันว่าร่างกายยังแข็งแรงดี และก็ไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไรกับการที่ต้องอยู่บ้านกลางป่าเพียงลำพังมากว่า 20 ปีแล้ว และหลายครั้ง ลูกชาย 2 คน ที่คอยดูแลแม่คนนี้อยู่ห่าง ๆ จะพยายามรบเร้าให้แกไปอยู่ด้วย แต่ก็ดูเหมือนจะเอาชนะใจแม่ได้ยากยิ่ง ด้วยเหตุว่า บ้านกลางป่าของแก ทำให้ชีวิตไม่วุ่นวายจนเกินไปนัก ถึงจะต้องอดบ้างยามฝนตกลงจากเขาไม่ได้ แต่ยายยิ้ม ก็ยืนกรานว่า จะขออยู่ในป่าในเขาไปจนตาย
รายได้ประจำตัวจากเบี้ยคนชราเดือนละ 500 บาท มักหมดไปกับการทำบุญเสียทุกคราวที่ยายยิ้มไปวัด รวมไปถึงเงินที่ลูกหลานแบ่งไว้ให้ใช้ยามมาเยี่ยม ก็ร่อยหรอไปกับกิจกรรมในทางธรรมเช่นกัน โดยยามว่าง ยายยิ้มจะลงมือสร้างฝาย (คันกั้นน้ำ) เพื่อรักษาผืนป่าให้คงอยู่แบบธรรมชาติที่สุด ซึ่งที่ผ่านมา ยายยิ้ม สามารถสร้างฝายจากสองมือได้ถึง 11 ฝายแล้ว และตั้งเป้าจะทำให้ถึง 14 ฝายด้วย
,
Share
ระหว่างคู่รักมีหลักข้อหนึ่งพึงระวัง นั่นคือ "คำพูดที่ชวนขุ่นเคือง เจ็บแปลบใจ"
ในความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคน แน่นอนว่าย่อมมีช่วงเวลาที่พวกคุณไม่ลงรอยกันบ้าง
"รักแท้แพ้ระยะทาง" ดูจะเป็นประโยคจี๊ดใจไม่น้อยสำหรับคู่รักระยะไกล ทว่ามีคู่รักอีกมากมายที่ไม่รู้สึกวิตก

