บทความดีๆ ไม่ควรพลาด...

อัพเดท : 10-02-2554 เวลา 17:12 น. เปิดดู : 1107 ความคิดเห็น : 0

เริ่มเลย...

Be strong enough to face the word each day.
จง... เข้มแข็งพอที่จะเผชิญหน้ากับความจริง


Be weak enough to know you cannot do everything alone.
จง... อ่อนแอพอที่จะรับรู้ว่าลำพังเรานั้นทำอะไรไม่ได้ทุกอย่าง


Be generous to those who need your help.
จง... ฟุ่มเฟือยน้ำใจ เมื่อมีใครต้องการความช่วยเหลือ


Be frugal with what you need yourself.
จง... ประหยัดสิ่งที่จำเป็นไว้


Be wise enough to know that you do not know everything.
จง... จงฉลาดพอที่จะรู้ว่าเราไม่ได้รู้ทุกสิ่ง


Be foolish enough to believe in miracles.
จง... โง่พอที่จะเชื่อในปาฎิหาริย์


Be willing to share your joys.
จง... เต็มใจจะแบ่งปันความสุขของตัวเอง


Be willing to share the sorrows of others.
จง... เต็มใจที่จะแบ่งรับความทุกข์ของผู้อื่น


Be a leader when you see a path of others have missed.
จง... เป็นผู้นำหากทางที่ผู้อื่นทิ้งไว้ให้นั้นเลือนลาง


Be a follower when you are shrouded in the midst of uncertainly.
จง... เป็นผู้ตามหากตกอยู่ในวงล้อมแห่งความไม่แน่นอน


Be the first to congratulate an opponent who succeeds.
จง... เป็นคนแรกที่แสดงความยินดีต่อความสำเร็จของคู่แข่ง


Be the last to criticize a colleague who fails.
จง... เป็นคนสุดท้ายที่จะวิจารณ์ความผิดพลาดของเพื่อน


Be sure where you next step will fall, so that you will not stumble.
จง... มองเพียงแค่ก้าวถัดไปเพราะมันจะทำให้เราไม่ล้ม


Be sure of your final destination, in case you are going to the wring way.
จง... มองไปยังจุดหมายปลายทางให้แน่ใจ ว่าไม่ได้กำลังเดินผิดทาง


Be loving to those who love you.
จง... รักคนที่รักคุณ


Be loving to those who do not love you, and they may change.
จง... รักคนที่ไม่รักคุณแล้วสักวันหนึ่ง ...เค้าอาจจะเปลี่ยนใจ


Above all, be yourself.
แต่เหนือสิ่งอื่นใด จงเป็นตัวของตัวเอง

...........................................................................................

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว

มีหญิงสาวคนหนึ่งผิดหวัง ในรักเนื่องจากคนรักของตนได้มาทิ้งไป

จึงกำลังจะฆ่าตัวตาย

ขณะนั้นเองมีพระธุดงส์ รูปหนึ่งผ่านมาพบเข้า

จึงได้กล่าวให้สติกับ สีกา ว่า "โยมจะทำอะไรรึ"

หญิงสาว "อิชั้นจะฆ่าตัวตายเพราะไม่รู้จะอยู่ไปทำไม มีแฟนๆ

ก็มาทิ้งไปเจ้าค่ะ"

หญิงสาวตอบ พระธุดงส์จึงได้เทศนาให้หญิงสาวฟังว่า

 "เหตุใดโยมจึงต้อง เสียใจเล่าในเมื่อคนที่ควรจะเสียใจควรจะเป็นแฟนของโยมสิ"

หญิงสาวหยุดคิดและถาม กลับไปด้วยความสงสัยว่า"ทำไมล่ะเจ้าคะ"

พระธุดงส์ตอบว่า"ในเมื่อ โยมมิได้สูญเสียสิ่งที่สำคัญไปเลยน่ะสิ"

หญิงสาวตั้งใจฟังพระ ธุดงส์แล้วก็ตอบกลับไปว่า

"ไม่จริงหรอกค่ะดิชั้น สูญเสียแฟนอันเป็นที่รักยิ่งไปนะเจ้าค่ะ"

พระธุดงส์ตอบ"โยมได้สูญ เสียคนที่มิได้รักและห่วงใยโยมซึ่งจะมีค่าอันใด

แต่แฟนโยมซิที่สูญเสียคน ที่รักและห่วงใยเค้าเช่นโยม

ครควรจะเสียใจกว่ากันล่ะ โยม"


เพื่อนสนิท

... ก็ คือ

เพื่อน ธรรมดาๆคนนึง     ที่ดันสนิทกัน มากกว่าเพื่อนธรรมดาๆทั่วๆไป

 .. ซึ่ง มันก็ต้องมีอะไรหลายๆอย่าง

 ที่คล้ายๆกับเรามากกว่าเพื่อนคน อื่น

... ถึง จะมาสนิทกันได้

 ... บาง ที   อาจ ไม่ใช่นิสัย

... บาง ที   อาจ ไม่ใช่หน้าตา

... บาง ที   อาจ ไม่ใช่ฐานะ

... บาง ที   อาจ ไม่ใช่ระดับความรู้

 ... แต่ มันอาจจะมีอะไรบางอย่าง   ที่ต้องเป็น     มั น ค น นี้ เ ท่ า นั้ น ที่   มี

... บาง ครั้ง

... เรา ก็ไม่ไป   ที่ ที่เราอยากไป

.. เพียง เพราะว่า   มัน ไม่ไปด้วย

 ... บาง ครั้ง

... นั่ง เงียบอยู่ได้ตั้งนาน   แต่ แค่เห็นหน้ามัน

... น้ำตา ที่กลั้นไว้แทบตาย   กลับ ทะลักออกมาได้จนหมด

... บาง ครั้ง

... ถ้า มีเสียงหัวเราะของมันด้วย

... เรา จะหัวเราะได้ดังกว่านี้

 ... บาง ครั้ง

... ร้อย คำปลอบใจของใครก็ไม่รู้

... ยัง อุ่นใจไม่เท่ามือมันที่แค่ตบเบาๆที่หัวไหล่

บอกเป็นนัยๆว่า

กรู อยู่ตรงนี้

ชอบคำๆนึงที่บอกว่า

 . . . . . เ ร า ไ ม่ ไ ด้   เ ป็ น แ ค่ เ พื่ อ น . .

. . . แ ต่ เ ร า เ ป็   น ตั้ ง เ พื่ อ   ; น ต่ า ง ห า ก . .

 ... เพราะ เพื่อนมีความสำคัญมากๆ

 ... มาก จนบางคนแยกไม่ออก   เอา ไปเปรียบเทียบกะแฟน

 ว่าอะไรสำคัญกว่า กัน

.. ทั้งๆ ที่มันคนละเรื่องกันเลย

... แต่ เมื่อเวลาที่เราอยู่ในห้วงของความรัก

... เพื่อน  ... จะ กลายเป็นส่วนเกินของโลกส่วนตัวเราทันที

... ไอ่ เพื่อนสนิทผม   มัน คงจะชินแล้ว

... ที่ เวลาผมมีรักทีไร   ผม ก็จะห่างๆมันไปทุกที

 ... เวลา ที่จะกลับมานึกถึงมันได้อีกที

 ...   ก็ ตอนอกหักนู่นแหละ

 ... ก็ เคยคิดเหมือนกันนะ

... ถ้า เราเป็นมัน   จะ รู้สึกยังไง

... คง จะประมาณว่า

... ' แม่ง  ... พอ มีแฟนก็ลืมเพื่อน '

... นี่   กะกรูไม่เคยช่วยห่ าไรเลย   ที กะแฟนแมร่งแทบถวายหัว '

... ' ต้อง เลิกกะแฟนก่อนถึงจะจำเบอร์โทรกรูได้ใช่ไหม   สราดดด '

... คิดๆ ดูแล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ

... เพราะ เวลาที่กำลังมีความสุขในห้วงของความรัก

... ก็ แทบไม่ได้จะไปเที่ยวไหนกับมันเลย

... นานๆ ถึงจะได้คุยกันที

 ... แต่ พอผิดหวัง   พอ เจ็บตัวขึ้นมา

... นาที นั้นอยากกดโทรศัพท์ไปหามันก่อน

...   อยาก ให้มันรับโทรศัพท์ก่อน

 ... ซึ่ง บางทีมันนอนไปแล้วผมก็จะไล่มันกลับไปนอน

 ... ไม่ ต้องตื่นขึ้นมาฟังเรื่องราวใดๆทั้งนั้น

... ไม่ รู้ทำไมเหมือนกัน   แค่มันรับโทรศัพท์ ก็พอแล้ว

 ... แบบ นี้ละมั้งที่เค้าว่า

... ' เพื่อน

 คือคนที่สามารถนั่งอยู่ด้วยกันโดยไม่พูดอะไร สักคำ '

... ' แต่ ลุกจากกันไปได้เหมือนคุยกันไปนับล้านคำ   '

... ' เพื่อน '

... ' คือ คนที่เมื่อเราสุข   เรา ไม่เห็นมันอยู่ในสายตา   '

. . . ' แ ต่ เ ป็ น ค   น ไ ม่ มี วั น ป   ล่ อ ย ใ ห้ เ ร า ล้ ม ลง

 ไ ม่ ว่   า เ ร า จ ะ ไ ป

เ จ็ บ ม   าจ า ก ไ ห น . . .


...........................................................................................


มีกันและกันตลอดทาง-เรื่อง น่ารักจากพิกเล็ตและเดอะพูห์


เรื่องมันมีอยู่ว่า
ขณะที่พิก เล็ตเดินตามหมีพูห์ไปต้อยๆรอยเท้าคู่เล็กๆย่ำไปบนหิมะเคียงข้างกับรอยเท้า ของพูห์ไปตลอดทาง
เป็นความอบอุ่นในหัวใจที่ทั้งสองทิ้งเอาไว้เบื้องหลัง
ทั้ง คู่คงเดินมาด้วยกันนานพอสมควร
และคงไม่ได้คุยอะไรกันเลย


พิก เล็ตเลยต้อง"ขอเสียง"ด้วยการเรียก"พูห์"เมื่อพูห์ขานรับและถามกลับว่า"มี อะไรหรือพิกเล็ต"พิกเล็ตกลับเกาะมือพูห์ไว้
ก่อนตอบว่า"เปล่า...ไม่มี อะไร
แค่อยากมั่นใจว่าเราเดินมาด้วยกันเท่านั้นเอง" ภาพนี้
ถ้อยสนทนา นี้
เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง
สังเกตไหมว่าพูห์เดินนำหน้าควรเป็นพูห์ มากกว่าที่น่าจะเป็นฝ่าย"ขอเสียง"จากพิกเล็ตว่ายังเดินตามตัวเองมาหรือไม่
นั่น หมายถึงว่าเป็นความรักกังวลในใจพิกเล็ตเองที่เกรงว่าพูห์จะลืมเพื่อนตัว เล็กๆอย่างเขา


ในชีวิตเราทุกคนคงเคยผ่านพบมิตรภาพแสนดี
แต่มี กี่คนที่รักษามันเอาไว้ได้คงมั่นไม่หวั่นไหว
วันคืนแห่งชีวิตกลืนกินและ ฉุดดึงเรารุดไป
หันกลับมามองข้างหลังอีกที อาจจะเศร้าใจ
หากพบว่าคน ที่เราไว้ใจ
ไม่เดินตามเรามาอีกแล้ว
ไม่อยากเดินข้างหน้าเพราะเกรงว่า ฉันจะลืมเธอ
ไม่อยากตามหลังเช่นกัน
อยากอุ่นใจมั่นใจว่าตลอดการเดิน ทางชีวิต
อันยาวไกลเรายังมีกันและกันไปตลอดทาง




...........................................................................................



สวัสดี….ความรัก
ความจริงการ เขียนจดหมายถึงเธอ
ก็เปรียบเหมือนเขียนจดหมายถึงคนที่ไม่รู้จักกันดีนัก
โดย เฉพาะกับเธอด้วยแล้ว เวลาเห็นจดหมายฉบับนี้ก็คงงงมากเลย
แน่นอนแหละ ก็เธอไม่เคยแม้แต่จะแวะมาทักทายกับฉันเลยนี่
ผิดกับฉัน....ที่เฝ้าวิ่ง ตามเธอเพื่อหวังที่จะได้ทำความรู้จักกับเธอสักครั้งหนึ่ง
ก็มีแต่เธอนั่น แหละที่เหมือนจะวิ่งหนีฉัน
ไม่ยอมแม้กระทั่งหันมามามองคนอย่างฉันเลย
ฉัน เหนื่อยมากนะกับการวิ่งตามเธอ
เหนื่อย...จนบางครั้งอยากจะหยุด
หยุด... เพียงเพื่อหวังว่าเธอจะหันมาเห็นใจคนอย่างฉันบ้าง…......
...........แต่ เปล่าเลย เธอกลับวางเฉย ไม่สนใจฉันเหมือนเคย............
ฉันจึงได้ รู้จักเธอแต่เพียงฝ่ายเดียว
ฉันไม่เข้าใจเธอเลย ทำไม...เธอจึงเมินเฉยกับฉันนัก
ฉันจำได้ว่า ฉันไม่เคยมองเธอในแง่ลบเลย
ฉัน มองเธอด้วยความชื่นชมเสมอ
เธอคือสิ่งสวยงามที่สุด ที่ใครๆ ก็อยากได้รู้จักกับเธอ
มีหลายต่อหลายคนได้รู้จักกับเธอ
คนเหล่านั้น พูดถึงเธอไว้มากมาย
..... บ้างก็ว่าเธอช่างแสนดี ทำให้ชีวิตของเค้ามีค่า
.....แต่ บางคนก็ว่าเธอคือสิ่งที่ทำลายชีวิตเค้าทั้งชีวิต
ฉันไม่เคยเชื่อใคร .........
ฉันรอว่าสักวันหนึ่งฉันจะต้องรู้จักกับเธอด้วยตนเองให้ได้
มี บางครั้ง....ที่ฉันได้เข้าใกล้เธอ
แต่นั่น....ก็เป็นเพียงฉันคิดไปเอง เท่านั้น
คิดว่าเธอหยุดรอฉัน ........
เปล่าเลยเธอยังคงห่างไกลจากฉัน อยู่......เหลือเกิน
บางทีฉันก็แปลกใจนะ ........
ว่าทำไมกับคนที่ เห็นความสำคัญของความรักอย่างฉัน
เธอกลับทำเหมือนมองไม่เห็น มองข้ามอยู่ตลอดเวลา
แต่กับคนบางคนที่เค้าไม่อยากแม้แต่จะหยุดทักทายเธอ ทำความรู้จักกับเธอ
เธอกลับอยากรู้จักกับเค้านักหนา พยายามให้เค้าได้รู้จักในตัวตนของเธอ
ซ้ำบางครั้งเค้าเอ่ยปากไล่เธอไปให้ พ้น ..... แต่เธอก็คงอยู่กับเค้า
ยังคงให้ความสนิทสนมกับเค้าครั้งแล้ว ...ครั้งเล่า
….......แต่กับฉันเธอกลับวางเฉยได้อย่างไม่สะทกสะท้านใดๆ เลย
ฉันมันไม่คู่ควรได้รู้จักกับเธอ….....
ฉันอยากรู้จริงๆ เลยว่าเธอใช้อะไรเป็นเครื่องวัดล่ะ
ว่าใครควรได้รู้จักกับเธอ
แล้วฉัน คนนี้ล่ะ....จะต้องทำอะไร....อีกสักเท่าไหร่
ฉันจะต้องวิ่งตามเธออีกนาน แค่ไหน
ฉันน่ะไม่หวังที่จะได้คำตอบจากเธอหรอก
เพียงแค่อยากจะบอกให้ เธอรู้ไว้เท่านั้นเอง ว่า….
ยังมีคนอีกคนหนึ่งนะที่เฝ้าจะได้รู้จักกับ เธอ
ก็แค่เตือนเธอเท่านั้นเอง
เผื่อบางทีในบัญชีรายชื่อของเธออาจจะตก ชื่อของฉันไปก็ได้นะ
อยากรู้จักกับเธอมากที่สุด

ปล.วันได้ที่ฉัน หยุดวิ่งตามเธอ หวังไว้เธอคงหันมาสนใจทักทายฉันบ้าง
และวันใดที่ฉันได้ รู้จักกับเธอ
วันนั้นฉันจะเขียนจดหมายพร้อมของขวัญกล่องใหญ่ไปให้นะจ๊ะ
จาก คนที่เฝ้อคอย..................ความรัก

 
...........................................................................................


ในชีวิตของคนเรา...

บ่อยครั้งที่เรามัก ตั้งคำถามกับตัวเองเสมอ...

ว่าทำไม ?....ชีวิตของเราถึงต้องพานพบ...

กับ เรื่องราวที่เจ็บปวดและพานพบกับคนที่เลวร้ายด้วย...

มีหัวใจมากมาย ที่แอบซุกซ่อนอยู่ในมุมที่ผิดหวัง...

ตอกย้ำ...สับสน...และ ว้าเหว่...

แต่เพราะทุกชีวิตต้องก้าวเดิน...

และประสบการณ์ ...คือส่วนที่เติมเต็ม...

แต่ละย่างก้าวจึงต้องมีบทเรียน...

หาก ไม่พบพานคนเลว...ไหนเลยเราจะมีบทเรียนเพื่อเตือนใจ...

เพราะบทเรียน ที่เจ็บปวดและทำให้เรารอบคอบ

ประมาทกับชีวิตน้อยลง...ระมัดระวังมาก ขึ้น..

บทเรียนเหล่านี้ก็มาจากคนที่เลวร้าย...

คนที่เราเฝ้า ก่นด่าไม่ใช่หรือ ?...

หากไม่มีคนเลวร้ายผ่านเข้ามาในชีวิต...

บท เรียนที่มีค่าและทำให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้น...คงไม่มี...

โลกไม่ ได้เลวร้ายมืดมน...

จนทำให้เราต้องรังเกียจการมีลมหายใจอยู่...เพื่อ สู้ต่อไป..

บางครั้งความปวดร้าวที่เกิดจากคนบางคน...

อาจมี ค่ามากกว่าความสุขที่ได้รับอย่างพร่ำเพรื่อ...

ด้วยเพราะว่ารอยกรีด นั้นฝังลึกและ...ยิ่งเจ็บก็ยิ่งจำ...




...........................................................................................



กาลครั้งหนึ่ง...
มีเด็กชายคน หนึ่งที่ชื่อว่า 'ความรัก'
ความรักไม่รู้ว่าเขาเกิด ขึ้นมาได้อย่างไร เขาไม่เคยเห็นผู้ให้กำเนิด
'ความรัก' เกิดมาท่ามกลางความมืดมนและว่างเปล่า...


ความรักเฝ้าตามหาอะไร บางอย่างที่ทำให้ตัวเขารู้สึกไม่เหน็บหนาว
เขาอ้างว้าง เขาสับสน เขาอยู่คนเดียวมานานเกินพอ...
...เขารู้สึกว่าอะไรยังขาดหายไป


ความ รักเริ่มออกเดินทางบนถนนสายที่ไม่มีจุดเริ่มต้น...
ถนนสายนี้ทอดยาวไกลไป ในความมืดมิด...และดูท่าไม่มีที่สิ้นสุด
ความรักเริ่มท้อใจ...เมื่อไหร่ เขาจะเจอเพื่อนร่วมทางเสียที...


แสงสว่างเล็กๆ กระพริบพราวท่ามกลางความมืดรอบกาย แล้วหายไป...
ความรักดีใจมาก ในที่สุดก็มีแสงสว่างจุดขึ้นมาแล้ว
เขาเดินเข้าใกล้...และพบกับใครคน หนึ่งที่นั่งกอดเข่าอยู่เดียวดาย

...เธอคนนั้นคือ 'ความจริงใจ'...


ความ จริงใจบอกกับความรักว่าเธอถูกสั่งให้มาเฝ้ารอใครสักคน...
เธอนั่งอยู่ตรง นี้นานแล้ว...นานจนแทบจะหมดหวัง...
เธอเห็นแสงสว่างอยู่ไกลๆ...และความ รักก็เข้ามาหาเธอ


ทั้งสองส่งยิ้มให้กัน...ไม่ต้องให้มีใครบอกเขา ก็รู้ พวกเขาทั้งคู่ต้องก้าวไปด้วยกัน...
ความรักส่งมือให้ความจริงใจจับ เอาไว้ แล้วพวกเขาก็เริ่มก้าวเดิน...


ก้าวที่ทั้งสองเดินไปค่อยๆ ย่างอย่างช้าๆ...ไม่รีบร้อน
อาจจะมีมรสุมพัดกระหน่ำเข้ามาบ้างแต่มือที่ จับกันเอาไว้ไม่เคยปล่อย... ผ่านลมที่โหมกระหน่ำ
ผ่านความมืดและความ เหน็บหนาว... ผ่านหลายๆสิ่งมาด้วยกัน


และแล้วก็มีเด็กน้อยๆสองคน จูงมือกันเข้ามา...
เด็กน้อยคนหนึ่งที่ดูบอบบางและอ่อนแอราวกับจะล้มลง ได้ทุกเมื่อ
แต่อีกคนกลับดูเข้มแข็ง...และคอยปกป้องอีกคนเสมอ
พวกเขา แนะนำตัวว่าเขาคือ 'ความประทับใจ' และ 'ความผูกพัน'


ความรักและ ความจริงใจอุ้มเด็กทั้งสองมาแล้วร่วมเดินบนเส้นทางไปด้วยกัน...
เส้นทาง ที่เคยมืดสนิทเริ่มมีแสงจางๆส่องรำไร... ถนนสายที่ดูยาวไกลไม่สิ้นสุด ตอนนี้กลับเห็นปลายทางสว่างริบหรี่...

...ในใจของพวกเขาเกิดความหวัง ...เส้นทางที่พวกเขารอคอยใกล้เข้ามาถึงแล้ว


แต่แล้ว! ก็มีเงาทะมึนมาทาบทับ เงาปีศาจสองตัวโอบล้อมพวกเขาเอาไว้
เจ้าปีศาจแนะนำ ตัวเองว่ามันคือ 'ความแตกร้าว' และ 'ความเศร้า'


...พวกมันต้อง การจะจับความรักไป...


เด็กน้อยที่ชื่อความประทับใจร้องไห้จ้า มันกลัวเหลือเกิน ยิ่งร้องไห้ ร่างบอบบางนั้นยิ่งจางลงราวกับจะสลายไป...
ความ ผูกพันโผเข้ากอดความประทับใจแน่น... เขาค่อยๆปลอบจนความประทับใจหยุดสะอื้น...


ร่างกายของเด็กน้อย นั้นกลับมามีรูปร่างดังเดิม...
ในขณะที่ปีศาจทั้งสองตนมีสีหน้าตื่นกลัว ...ร่างของมันเองที่กำลังสลายไปช้าๆ


ความรักกับความจริงใจเห็น ดังนั้นจึงกอดเด็กน้อยทั้งสองแน่น ร่างทั้งสี่กอดกันกลมเกลียวเป็นหนึ่งเดียว ความแตกร้าวและความเศร้ากรีดร้อง...


...แล้วมันก็สลายไป


ทั้ง สี่ส่งยิ้มให้กัน...พวกเขาทำสำเร็จแล้ว!



ทันใดนั้นเอง... แสงสว่างก็แยงจ้าไปทั่ว... ความรักรู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังลอยขึ้นช้าๆ...
ความ อบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณู...

เสียงปริศนาที่มีชื่อว่า 'ความสุข' ดังก้อง...


"พวกเจ้าเข้าใจแล้วใช่ไหม? ว่าทำไมข้าถึงให้พวกเจ้ามาเดินทางร่วมกัน...


...นับตั้งแต่ วันนี้ไป...พวกเจ้าจะรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ข้าจะให้ชื่อของพวกเจ้าว่า 'ความสัมพันธ์' "



...ทั้งสี่ถูกรวมเป็นคนใหม่คนเดียวกัน ...ร่างกายที่ดูแข็งแกร่งและมั่นคงกว่าเดิม...และพร้อมเผชิญกับทุกปัญหา...


พวก เขาเข้าใจแล้วว่า...เขาเกิดมาทำไม...

มีความรัก ความจริงใจ จึงเกิดความประทับใจ แล้วกลายเป็นความผูกพัน
บางครั้งอาจจะมีปัญหา บางอย่างที่ทำให้เกิดความแตกร้าวและความเศร้า อาจจะทำให้ความประทับใจลดน้อยลง
แต่ความผูกพันก็ยังเหนี่ยวรั้งทุกอย่าง เอาไว้...

...แต่สุดท้าย ทุกอย่างจะผ่านไปได้ต้องมีพื้นฐานคือความรักและความจริงใจ... นี่แหล่ะค่ะ ความสัมพันธ์ของคนสองคน

 


โดย : ultraman Tags : บทความ บทความดีๆ
Share
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คำพูดแบบไหน? กระตุ้นต่อมหงุดหงิดมากที่สุด คำพูดแบบไหน? กระตุ้นต่อมหงุดหงิดมากที่สุด
ระหว่างคู่รักมีหลักข้อหนึ่งพึงระวัง นั่นคือ "คำพูดที่ชวนขุ่นเคือง เจ็บแปลบใจ"
รักแท้แพ้ระยะทางจริงหรือ? รักแท้แพ้ระยะทางจริงหรือ?
"รักแท้แพ้ระยะทาง" ดูจะเป็นประโยคจี๊ดใจไม่น้อยสำหรับคู่รักระยะไกล ทว่ามีคู่รักอีกมากมายที่ไม่รู้สึกวิตก
คุณรับมือ ความขัดแย้งกับคนรักไหวมั้ย? คุณรับมือ ความขัดแย้งกับคนรักไหวมั้ย?
ในความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคน แน่นอนว่าย่อมมีช่วงเวลาที่พวกคุณไม่ลงรอยกันบ้าง
ทำนายความรัก ตามกรุ๊ปเลือด ทำนายความรัก ตามกรุ๊ปเลือด
ทำนายความรัก ตามกรุ๊ปเลือด
ความคิดเห็นทั้งหมด
ยังไม่มีความคิดเห็น
 

ทำนายความรัก ตามกรุ๊ปเลือด
ทำนายความรัก ตามกรุ๊ปเลือด
รักแท้แพ้ระยะทางจริงหรือ?
"รักแท้แพ้ระยะทาง" ดูจะเป็นประโยคจี๊ดใจไม่น้อยสำหรับคู่รักระ...
คุณรับมือ ความขัดแย้งกับคนรั...
ในความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคน แน่นอนว่าย่อมมีช่วงเวลาที่พวกคุ...
คำพูดแบบไหน? กระตุ้นต่อมหงุด...
ระหว่างคู่รักมีหลักข้อหนึ่งพึงระวัง นั่นคือ "คำพูดที่ชวนขุ่น...


คุณรับมือ ความขัดแย้งกับคนรั...
ในความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคน แน่นอนว่าย่อมมีช่วงเวลาที่พวกคุ...
รักแท้แพ้ระยะทางจริงหรือ?
"รักแท้แพ้ระยะทาง" ดูจะเป็นประโยคจี๊ดใจไม่น้อยสำหรับคู่รักระ...
ทำนายความรัก ตามกรุ๊ปเลือด
ทำนายความรัก ตามกรุ๊ปเลือด
คำพูดแบบไหน? กระตุ้นต่อมหงุด...
ระหว่างคู่รักมีหลักข้อหนึ่งพึงระวัง นั่นคือ "คำพูดที่ชวนขุ่น...