\'ผีแดง\' จ่อซิวแชมป์ หลังเฉือน \'สิงห์โต\' 2-1


"ผีแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ใกล้เคียงกับแชมป์ลีกสมัยที่ 19 ของสโมสรเต็มที เมื่อเปิดบ้านฝัง "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี 2-1 ทำให้ขึ้นนำห่างแล้ว 6 แต้ม ในขณะที่เหลือโปรแกรมให้ลุ้นแชมป์อีกเพียงทีมละ 2 นัดเท่่านั้น

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันที่ 8 พ.ค. เกมบิ๊กแมตช์นัดชี้ชะตาแชมป์ ทีมจ่าฝูง "ปิศาจแดง" แมนฯยู เฝ้ารังโอลด์แทรฟเฟิร์ดต้อนรับทีมรองจ่าฝูง "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี โดยก่อนลงสนาม ทั้งสองทีมลงเล่นเท่ากัน 35 นัด แมนฯยูมีคะแนนนำอยู่ 3 คะแนน



เกมนี้แมนฯยูยังยึดคู่หน้า ฮาเวียร์ เฮอร์นันเดซ กับ เวย์น รูนีย์ ที่ผลงานกำลังดีทั้งคู่ ส่วนแดนกลางเป็น พาร์ค จี ซุง เบียด นานี ลงมาเล่นเป็นตัวจริง ด้านทีมเยือนเชลซีดร็อป เฟอร์นันโด ตอร์เรส เป็นเพียงสำรอง โดยให้ ดิดิเยร์ ดร็อกบา เป็นกองหน้าตัวเป้าขนาบข้างด้วย ฟลอร็องต์ มาลูดา กับ ซาโลมง กาลู

เกมนี้แมนฯยูยังยึดคู่หน้า ฮาเวียร์ เฮอร์นันเดซ กับ เวย์น รูนีย์ ที่ผลงานกำลังดีทั้งคู่ ส่วนแดนกลางเป็น พาร์ค จี ซุง เบียด นานี ลงมาเล่นเป็นตัวจริง ด้านทีมเยือนเชลซีดร็อป เฟอร์นันโด ตอร์เรส เป็นเพียงสำรอง โดยให้ ดิดิเยร์ ดร็อกบา เป็นกองหน้าตัวเป้าขนาบข้างด้วย ฟลอร็องต์ มาลูดา กับ ซาโลมง กาลู

 เขี่ยบอลเริ่มเกมแค่ 36 วินาที กองเชียร์เจ้าบ้านได้เฮลั่นทั้งสนาม จากความผิดพลาดของ ดาวิด หลุยซ์ ที่ล้มตัวสกัดบอลแทงทะลุช่องของพาร์คให้ เฮอร์นันเดซ วืด ส้มหล่นให้ไอ้ถั่วน้อยหลุดเดี่ยวไปแปสวนตัว ปีเตอร์ เช็ก แมนฯยูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว 1-0

หลังขึ้นนำเร็ว แมนฯยูยิ่งได้ใจ โดยเฉพาะ รูนีย์ ที่ได้ส่องถึง 2 ครั้งในช่วงเวลาใกล้ๆ กัน เริ่มตั้งแต่นาที 8 ที่ตะบันนอกกรอบเต็มหลังเท้า บอลพุ่งเป็นลูกกระสุนกำลังจะเสียบเสาอยู่แล้ว แต่เช็กยังพุ่งเซฟเอาไว้ได้หวุดหวิด รวมถึงอีกครั้งในนาที 14 เที่ยวนี้ซัดเรียดใกล้จุดเดิมแต่บอลไม่ตรงกรอบ

 กระทั่งนาที 24 แมนฯยูมาได้ลูกที่ 2 จนได้ จากจังหวะที่พาร์คเล่นเตะมุมสั้นคืนให้ ไรอัน กิกส์ บรรจงเปิดบอลมาลุ้นในเขตโทษ แล้วกลายเป็น เนมันยา วีดิช สอดโขกระยะเผาขนตุงตาข่าย แข้งผีแดงหนีนำห่างเป็น 2-0

นาที 29 เชลซี ได้โอกาสลุ้นบ้างจากการขึ้นโขกจ่อๆ ของ ซาโลมง กาลู แต่ เอ็ดวิน ฟาน เดอ ซาร์ ยังหนึบเซฟเอาไว้ได้ แล้วอึดใจต่อมาเป็นฟรีคิกระยะ 25 หลาของ ดร็อกบา ซัดหลุดเสาซ้ายมือไปแบบได้เสียว

 ท้ายครึ่งแรกนาที 40 เกมเกือบมีจุดเปลี่ยนเมื่อ บรานิสลาฟ อิวาโนวิช ที่โดนใบเหลืองไปตั้งแต่ต้นเกมไปเข้าช้าใส่ รูนีย์ แต่ผู้ตัดสิน โฮเวิร์ด เว็บบ์ ยังปราณีไม่แจกใบเหลืองที่สอง ขณะที่ช่วงที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม หมดครึ่งแรกแมนฯยูนำ 2-0

 ครึ่งหลัง คาร์โล อันเชลอตติ เปลี่ยนตัว 2 คนรวดให้ อเล็กซ์ ลงมาเล่น หลุยซ์ และ รามิเรส ลงมาเล่นแทน จอห์น โอบี มิเกล แต่เกมยังไม่ถึงกับกระเตื้องมากนัก จนนาที 62 ต้องส่งไพ่ใบสุดท้ายให้ เฟอร์นันโด ตอร์เรส ลงมาเล่นแทน กาลู

นาที 69 กลายเป็นเชลซีที่ได้ประตูตีไข่แตกจนได้ รามิเรส เปิดบอลจากริมเส้นแฉลบลอยโด่งแล้ว อิวาโนวิช ขึ้นโหม่งทีแรก บอลไปถึง แฟรง แลมพาร์ด สะกิดต่อเปลี่ยนทางเข้าประตูไปให้แข้งสิงห์บลูไล่เป็น 2-1

แต่นาที 71 เชลซี เกือบเสียประตูเพิ่มเหมือนกัน แอชลีย์ โคล พลาดเสียบอลหน้าประตูตัวเอง ลูกหลุดไปถึง เฮอร์นันเดซ ลากเข้าเขตโทษก่อนตบเข้ากลางให้ รูนีย์ ล้มตัวยิงโล่งๆ แต่ช็อตนี้เป็น อเล็กซ์ ที่กลายเป็นฮีโร่ล้มตัวสกัดไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ

ช่วงท้ายเกมทั้งสองทีมต่างยังมีจังหวะลุ้นด้วยกันทั้งคู่ แต่ได้แค่เฉี่ยวไปเฉี่ยวมา สุดท้ายไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม แมนฯยู เปิดบ้านชนะ เชลซี 2-1 ทำให้หลังจบนัดนี้ โอกาสแชมป์ของแมนฯยู แทบจะ 99% แล้ว จากการลงเล่น 36 นัดมี 76 แต้ม หนีห่างเชลซีที่ลงเล่นเท่ากันเพิ่มเป็น 6 คะแนน แต่เหลือโปรแกรมให้ลุ้นแชมป์อีกเพียงทีมละ 2 นัดเท่่านั้น

 

โดย : modernmaza
อัพเดท : 09-05-54, 08:37 น.
ที่มา :

ความคิดเห็นทั้งหมด
Clara
ความคิดเห็นที่ 1
Unbelievable how well-written and ifonrmtaive this was.
IP: 17877184xxx
พรีเมียร์ลีกล่าสุด
ดูข่าวพรีเมียร์ลีกทั้งหมด
นโยบายการใช้งาน
Copyright © 2015 KhanPak.com. All Rights Reserved.
ติดต่อเรา : 02-8779346, 086-3788812 (จ.-ส. เวลา 8.30-17.30)