ชำแหละนโยบายคืนภาษีรถ รูรั่วโกงเงินแสนเพียบ

ชำแหละนโยบายคืนภาษีรถคันแรกหลายจุดยังพบรูรั่วที่เอื้อให้เกิดการตักตวงผลประโยชน์โดยมิชอบได้โดยง่าย

ผ่านที่ประชุม ครม. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับโครงการคืนเงินให้แก่ผู้ซื้อรถยนต์คันแรก แต่หากมองในหลักการปฏิบัติแล้ว เรียกว่าเรื่องนี้จำเป็นต้องทำความเข้าใจกันใหม่ทั้งรูปแบบของโครงการและ ระเบียบปฏิบัติ สำหรับผู้ที่คิดจะขอเงินคืนจากการซื้อรถคันแรกในครั้งนี้

อย่างแรกก็คือ นี่ไม่ใช่การคืนเงินภาษีสรรพสามิตแต่อย่างใด แต่เป็นการคืนเงินงบประมาณที่จัดตั้งขึ้นมาเป็นพิเศษในวงเงิน 3 หมื่นล้านบาท เพียงแต่มีการหยิบยกมูลค่าของภาษีสรรพสามิต ที่มีการเรียกเก็บในจำนวนที่แตกต่างกัน มาเป็นเกณฑ์ในการตัดสินว่าจะได้คืนเท่าไหร่ เมื่อไรเท่านั้น

การขีดเส้นเริ่มดำเนินการโครงการในวันที่ 16 ก.ย. 2554 และสิ้นสุดโครงการในวันที่ 31 ธ.ค. 2555 นั้น กรมสรรพสามิตได้ระบุอย่างชัดเจนในการเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าประชุมว่า จะเริ่มคิดจาก “การจองรถยนต์” ที่ต้องเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. 2554 เป็นต้นไป และการสิ้นสุดโครงการจะอนุมัติให้กับผู้ที่ยื่นเอกสารการซื้อรถยนต์ที่ สมบูรณ์ได้ก่อนวันที่ 31 ธ.ค. 2555 เท่านั้น

นั่นก็หมายความว่า ผู้ที่จองรถยนต์ไว้ก่อนหน้านี้จะไม่ได้รับอนุมัติให้คืนเงิน แม้จะเป็นการซื้อรถยนต์คันแรกก็ตาม ขณะเดียวกันหากไม่สามารถแสดงเอกสารหลักฐานการเป็นเจ้าของรถทั้งหมดได้ก่อน สิ้นปีหน้า ก็จะไม่ได้รับการอนุมัติเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังถือว่าอยู่ระหว่างการพิจารณา เนื่องจากผู้ประกอบการหลายรายอยากให้รัฐบาลอนุญาตให้ผู้ที่จองรถยนต์ไว้และ ยังไม่ได้ทำสัญญาซื้อขายอย่างเป็นทางการได้รับการอนุมัติด้วย เนื่องจากไม่อยากเห็นการทิ้งใบจองเพื่อรับสิทธิประโยชน์ที่เหนือกว่า และคาดว่าน่าจะได้ข้อสรุปภายใน 1-2 วันนี้

สำหรับขั้นตอนการขอคืนเงินในครั้งนี้ ผู้ซื้อจะต้องดำเนินการซื้อรถยนต์ไปตามปกติ จากนั้นจะต้องนำเอกสารการซื้อรถยนต์มาแสดงต่อกรมสรรพสามิต ซึ่งจะดึงข้อมูลจากกรมการขนส่งทางบกและหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมา เพื่อพิสูจน์ว่านี่คือการซื้อรถยนต์คันแรกหรือไม่

7 วันทำการ คือช่วงเวลาที่อธิบดีกรมสรรพสามิตบอกว่า จะใช้เพื่อทำการตรวจสอบทั้งหมด จากนั้นก็จะมีการคืนเงินในรูปแบบของเช็คที่ต้องถือไว้ 1 ปี และจะสามารถขึ้นเงินได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2555

ทั้งนี้กรมสรรพสามิตได้ทำการเชื่อมโยงข้อมูลกับทางกรมการขนส่งทางบก และมีการใส่ข้อมูลของรถยนต์แต่ละยี่ห้อ แต่ละรุ่น ว่าจะได้รับการคืนเงินเท่าไร โดยคาดว่าจะเปิดให้ผู้ที่สนใจเข้าทำการตรวจสอบได้ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 16 ก.ย.นี้เป็นต้นไป

ขณะนี้กรมสรรพสามิตยังไม่มีขั้นตอนรายละเอียดในการเรียกเงินคืน กรณีที่ผู้ซื้อรถไม่สามารถทำตามสัญญาการถือครองรถยนต์นานเกินกว่า 5 ปีได้ เนื่องจากไม่มีข้อกฎหมายใดรองรับ นอกจากเรื่องของกฎหมายแพ่งว่าด้วยสัญญาที่ไม่มีบทลงโทษชัดเจน

เห็นแบบนี้แล้ว ได้แต่ภาวนาว่าโครงการนี้จะไม่มีผู้สวมสิทธิมาเอาผลประโยชน์ และชิ่งหนีเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมก็แล้วกัน!!!

โดย : ultraman
อัพเดท : 16-09-54, 09:28 น.
ที่มา :

ความคิดเห็นทั้งหมด
ยังไม่มีความคิดเห็น
เศรษฐกิจล่าสุด
ดูข่าวเศรษฐกิจทั้งหมด
นโยบายการใช้งาน
Copyright © 2015 KhanPak.com. All Rights Reserved.
ติดต่อเรา : 02-8779346, 086-3788812 (จ.-ส. เวลา 8.30-17.30)