วิจารณ์ภาพยนตร์: Psycho: มีเพียง อัลเฟร็ด ฮิตช์ค็อค เท่านั้นที่ทำได้...

เว็บไซต์คันปาก โดนใจทุกคลิก

วิจารณ์ภาพยนตร์: Psycho: มีเพียง อัลเฟร็ด ฮิตช์ค็อค เท่านั้นที่ทำได้...

 

         

มีเพียง อัลเฟร็ด ฮิตช์ค็อค เท่านั้น ที่สามารถบันดาลหนังอย่าง Psycho ได้ แต่...ถ้าขาดกลไกปลายปากกา โจเซฟ สตฟาโน่ มาเขียนบทภาพยนต์ดัดแปลงจากนิยายของ โรเบิร์ต บล็อค Psycho อัลเฟร็ด ฮิตช์ค็อค ก็คงจะไม่มีเสน่ห์เป็นตำนานจนถึงทุกวันนี้…

เวอร์ชั่นนิยายของ โรเบิร์ต บล็อค นั้น แต่เดิมใช้ นอร์แมน ชายขี้เหล้าอายุ 40 ปี ผู้ที่คนดูสงสัยได้ไม่ยากว่าเขาคือฆาตรกร เป็นตัวดำเนินเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบไม่ต่างอะไรกับนิยายฆาตรกรสยองขวัญทั่วไป แต่เมื่อนำมาสร้างเป็นหนัง อัลเฟร็ด ฮิตช์ค็อค กลับมีไอเดียผ่าเหล่ากว่านั้น เขาเลือกที่จะให้ นอร์แมน เบตส์ (แอนโธนี่ เพอร์กิ้น) เป็นเพียงตัวดำเนินเรื่องช่วง 45 นาทีหลัง ซึ่งในช่วงต้นเรื่องถึงกลางเรื่อง ฮิตช์ค็อค ให้ แมเรี่ยน (เจเน็ต ลีห์) เป็นตัวเดินเรื่องแทน โดยใช้เทคนิคให้ตัวละครอื่น ๆ สร้างความเปรียบเทียบ ให้คนดูรู้ซึ้งบุคลิก แมเรียน และหลงรักเธออย่างไม่รู้ตัว แม้อย่างที่คนเคยชมหนังเรื่องนี้ทราบกันว่าตัว แมเรี่ยน เองก็ไม่ใช่คนดีเด่อะไร จากเหตุการณ์ต้นเรื่องที่เธอได้ แอบยักยอกเงินสี่หมื่นดอลล่าห์ของลูกค้า ที่ผู้จัดการสั่งให้เอาไปฝากธนาคาร ตอนนั้นเป็นบ่ายวันศุกร์ ถ้าเธอหนีไปพร้อมกับเงิน กว่าคนอื่น ๆ จะรู้ตัวอีกทีก็ปาเข้าไปวันจันทร์แล้ว กระนั้น ด้วยฝีมือการเล่าเรื่องของ อัลเฟร็ด ฮิตช์ค็อค ก็สามารถกล่อมคนดูให้เห็นเทาเป็นขาวได้ไม่ยาก


         


 

ตัวละครรอบตัว แมเรี่ยน ช่วงครึ่งแรกของหนัง เป็นกลไกคลายโจทย์ ว่าทำไมเธอถึงต้องทำแบบนี้? โดยที่คนดูก็รู้ว่าสิ่งที่เธอทำมันผิด แต่ก็ยังแอบเห็นใจหรือรักเธออยู่ลึก ๆ เราได้เห็น แมเรี่ยน ครั้งแรกในหนัง จากฉากพักกลางวันที่เธอแอบย่องมาโรงแรมเล็ก ๆ เพื่อพบกับ แซม (จอห์น เกวิน) ชู้รัก ที่กำลังจะหย่าขาดจากเมียเพื่อมาแต่งงานกับเธอ แต่ แซม ก็ยังขาดเงินค่าเลี้ยงดูเมียมาปลดแอกบ่วงโซ่นี้ “ภาระ” จึงต้องมาตกอยู่ที่ แมเรี่ยน เธอจึงแอบยักยอกเงินสี่หมื่นดอลล่าห์ของลูกค้า เพื่อสานฝันความรักเธอให้เป็นจริง

แซม คือ “ภาระ” ผลักดันให้ แมเรี่ยน ต้องทำผิด และลูกค้าเศรษฐีจอมโวก็คือ “สิ่งเร้า” ให้ แมเรี่ยน รู้สึกไม่ผิดหากต้องยักยอกเงิน จากคำพูดโอ้อวดของเศรษฐี “เงินสี่หมื่นดอลล่าห์นี้จะซื้อบ้านให้ลูกสาวที่กำลังจะแต่งงาน แต่แค่นี้ยังไม่สามารถซื้อความสุขได้หรอก!” บทพูดแค่สั้น ๆ ก็สามาถทำให้คนดูรู้สึกชังตัวละครนี้อัตโนมัติ การเปรียบเทียบจึงเกิดขึ้น แมเรียน อยู่ต่ำ เศรษฐี อยู่สูง แมเรี่ยน คือเหยื่อที่กำลังถูกละลาบละล้วงทางฐานะด้วยวาจา


         



การเล่าเรื่องของ ฮิตช์ค็อค ทำให้คนดูเข้าใจ เห็นใจ รักในตัว แมเรียน รู้ดีว่าแท้จริงแล้ว เธอเป็นเพียงแค่ผู้หญิงซื่อ ๆ ธรรมดาคนนึง ที่กำลังตกอยู่ในบ่วงแห่งความรัก ทั้งคนดูยังรู้ได้อีกว่าตลอดชีวิตเธอ คงผ่านการทำผิดมาเพียงไม่กี่ครั้ง ดูได้จากฉากที่เธอแสดงอาการร้อนรน พยายามปิดร่องรอยการทำผิดด้วยการเปลี่ยนรถ จนทำให้เจ้าของอู่สงสัยเธอทันทีที่บทสนทนาเริ่มต้นขึ้น ความป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ของเธอทำให้คนดูเทใจและเริ่มเปลี่ยนฐานะเป็นผู้เฝ้าคอยระวังไม่ให้ แมเรี่ยน เป็นอะไรไป ทั้ง ๆ ที่คนดูก็น่าจะเดาออกแล้วว่า จุดจบเธอคือ... รวมถึงฉากที่เธอพบกับ นอร์แมน บทสนทนาทั้งคู่เป็นไปอย่างเปิดอก ผ่อนคลาย นอร์แมน พูดให้ แมเรี่ยน สำนึกในบาปจากบทสนทนาเรียบง่ายแต่แฝงแง่คิด เธอไม่มีปฎิกริยาต่อต้านแต่กลับสำนึกสดุดี ในที่สุดเธอจึงตัดสินใจจะขับรถนำเงินไปคืน แต่มันก็สายไปแล้ว

เข้าสู่ฉากฆาตรกรรมในห้องน้ำอันลือลั่น ขณะที่ แมเรียน อาบน้ำ น้ำกระเซ็นชำระล้างตัวเธอเสมือนกำลังล้างบาปที่เธอเพิ่งก่อมา แล้วภาพก็จับมาขณะที่ แมเรี่ยน ค่อย ๆ รูดตัวลงทิ้งรอยเลือดไหลนองเป็นทาง อีกมือเธอกำลังยื่นไขว้คว้าผ้าม่านประคองตัว แล้วฆาตรกรก็กระหน่ำแทงเธอด้วยมีดไม่เลี้ยง กล้องโคลสอัพนัยต์ตา แมเรี่ยน เบิกค้าง เสียชีวิตบริบูรณ์ ฮิตช์ค็อค ใช้ภาษาภาพสื่อความหมายได้อย่างอัจฉริยะ เขาได้วางมุมกล้องสำหรับถ่ายทำฉากนี้ถึงหกสิบมุม แต่พอถ่ายทำจริงกลับใช้แค่สามสิบกว่าคัทในเวลาไม่ถึงยี่สิบวินาที รวมถึงผสมผสานเทคนิคการถ่ายภาพแบบเอ็กซ์ตรีม โคลสอัพนัยต์ตาเธอ เหมือนตะคอกให้คนดูต้องเข้าใจ “เธอตายแล้ว” ครั้นเมื่อหนังออกฉาย ฉากฆาตรกรรมในห้องน้ำนี้ ได้สร้างความสะเทือนใจกับคนดูเป็นอย่างมาก บอกเล่าปากต่อปาก สื่อต่อสื่อ ชื่นชมเป็นตำนานถึงทุกวันนี้


         



ทันทีที่ แมเรียน ตาย เสมือน ฮิตช์ค็อค ถีบคนดูตกจากรถปล่อยเคว้งคว้างอยู่บนถนน เกิดความสับสนในเมื่อตัวเอกตายไป ใครหล่ะจะเป็นคนดำเนินเรื่องแทน? แล้ว ฮิตช์ค็อค ก็ได้ส่งไม้ต่อให้ นอร์แมน เบตส์ พาคนดูเดินทางต่อในโลก Psycho ครึ่งหลัง โลก นอร์แมน เบตส์ “วิปลาศผสานวิปริต”

ในสายตาคนดูบางคนอาจมองว่า นอร์แมน เป็นเพียงแค่ฆาตรกรโรคจิตธรรมดาทั่วไป แต่ถ้าคุณลองมองเขาให้ลึกกว่านั้น นอร์แมน ดูยิ่งใหญ่นิยาม “ความกตัญญู” เขาคือสัญลักษณ์แห่งความรักของลูกที่มีต่อแม่สุดหยั่ง ทุก ๆ สิ่ง ทุก ๆ อย่างที่ นอร์แมน ทำไป เขาทำเพื่อปกป้องแม่จากโลกภายนอก รวมถึงความผิดจากแม่ของเขาที่เป็นเขาโดยไม่รู้ตัว ฮิตช์ค็อค สื่อให้คนดูรู้ตลอดเวลาแล้วว่า นอร์แมน ไม่ใช่คนปกติอย่างที่เขาเป็นในสายตา แมเรี่ยน นอร์แมน มีสองชีวิตในร่างเดียว สังเกตได้จากอาการตื่นตระหนกตลอดเวลาที่เธอคุยกับ แมเรี่ยน อารมณ์ ประสาท เขาดูอ่อนไหวกว่าคนปกติทั่วไป แต่นี่ก็เป็นแค่แรกเริ่มปูให้คนดูเข้าใจว่าเขาเป็นยังไง


         

 

ฉากที่สื่อให้คนดูรู้สึกสะเทือนขวัญอีกฉากหนึ่งคือ ฉากที่มีคนแอบดู แมเรี่ยน อาบน้ำ มันได้ตั้งโจทย์ให้กับคนดูว่าใครกันที่แอบดู? กระทั่งการฆาตรกรรมในห้องน้ำเกิดขึ้น คนดูจึงรู้ได้ทันทีว่า คนที่ทำคือคนที่แอบดูเมื่อกี้ แล้วใครหล่ะที่แอบดู? แล้วใครหล่ะคือฆาตรกร? โจทย์นี้คนดูจะไม่มีทางเข้าใจได้เลยหากไม่พยายามสังเกตความ “วิปริต” ทางภาษาภาพที่ ฮิตช์ค็อค พยายามสื่อ ว่าฆาตรกรเป็น นอร์แมน ไม่ว่าจะเป็นการแสดงกิริยาอาการแบบกระเทย เดินบิดสะโพกแบบผู้หญิง หรืออาการตื่นตระหนกลุกลี้ลุกลน หากคนดูสังเกต ตีโจทย์ภาษาภาพนี้แตก จะเข้าใจทันทีว่าแท้จริง นอร์แมน เองคือฆาตรตัวจริง แต่ก็อย่างว่านี่คือหนังของ อัลเฟร็ด ฮิตช์ค็อค การเดาทางถูกย่อมเป็นไปได้ยากหากไม่ดูหลาย ๆ รอบ

ฉากจบ Psycho เป็นสิ่งที่ข้าพเจ้ารู้สึกทึ่งในตัว อัลเฟร็ด ฮิตช์ค็อค เป็นอย่างมาก ฮิตช์ค็อค กล้าทำ กล้าคิด กล้าท้าทายศิลปะการทำหนัง ด้วยการใช้เวลาห้านาทีที่เหลือของหนัง คลายปมปริศนาตัวตนที่แท้จริงของ นอร์แมน เบตส์ โดยให้นักจิตวิทยาบรรยายสภาพอาการป่วยทางจิตของเขา สาเหตุสู่ผลที่ตามมา ไม่ต่างอะไรกับการบรรยายสาเหตุผีตื่นจากหลุมหนังซอมบี้เกรดบีทั่วไป ฮิตช์ค็อค สามารถอธิบายสาเหตุอาการป่วยของ นอร์แมน ได้อีกหลากหลายวิธี แต่เขาเลือกที่จะดับเครื่องชนนำเสนอด้วยวิธีธรรมดานี้แทน และมันก็ได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี จากนักวิจารณ์ และคนรักหนัง อัลเฟร็ด ฮิตช์ค็อค เช่นคุณ...


คะแนนหนังรวม: 10/10


โดย : Anurak
อัพเดท : 25-12-55, 16:17 น.
ที่มา : www.FilmFixs.com

นโยบายการใช้งาน
Copyright © 2015 KhanPak.com. All Rights Reserved.
ติดต่อเรา : 02-8779346, 086-3788812 (จ.-ส. เวลา 8.30-17.30)