Movie Scoop: 5 อันดับตัวละครชาย เปี่ยมเสน่ห์บนแผ่นฟิลม์…

เว็บไซต์คันปาก โดนใจทุกคลิก

Movie Scoop: 5 อันดับตัวละครชาย เปี่ยมเสน่ห์บนแผ่นฟิลม์…

 

อันดับ 5. โฮก ชายผิวดำผู้มองโลกนี้ขาวเสมอผ่านกระจกหน้ารถ

มอร์แกน ฟรีแมน กับบทบาทคนขับรถชื่อ โฮก จากเรื่อง Driven Miss Daisy เป็นการแสดงอันทรงพลังชั้นหิ้งที่นักแสดงผิวดำผู้หนึ่งบนโลกจะพึงแสดงได้ มันช่างนุ่มนวล อบอุ่น ไร้พิษภัย เจนโลก ฉลาดหลักแหลม อ่อนโยน สุภาพ ฉลาดลึก คนดูปล่อยวางพลันยิ้มกรุ้มกริ่มทุกครั้ง ยามมองเขาสนทนากับคุณนายเดซี่ ด้วยบทสนทนาเรียบง่าย แต่อบอวลไปด้วยวาระซ่อนเร้นแฝงตรรกะปรัชญาชีวิตถึงคุณนายเดชี่ให้รู้จักปล่อยวางโลกนี้ซะบ้าง...

โฮก รู้ดีว่าคุณนายเดซี่ เป็นผู้หญิงอีโก้สูงชาวยิวที่น่าสงสารคนหนึ่ง เธอดุ เธอรั้น เพราะเธอมีบาดแผลในอดีตภายใต้อีโก้สุดหนาเปลือกนอก แต่โฮกกลับไม่เคยโกรธ หรือถือสาเธอเลยสักครั้งเวลาเธอดุใส่เขา โฮกได้แต่ยิ้ม หัวเราะ สุภาพ หมั่นเพียรปล่อยมุกตลกแฝงปรัชญาปล่อยวางโลกให้เธอคิด คาดหวังจะคลายบ่วงโซ่อันหนักอึ้งภายในจิตใจเธอให้ได้สักวัน แม้ว่ามันจะดูเหมือนยากยิ่งกว่าการเข็นครกขึ้นภูเขา แต่โฮกก็ไม่เคยท้อ อุตสาหะทำดีกับเธอเป็นกิจวัตร หลายปีผ่านไป จึงบังเกิดเป็นฉากจบอันแสนประทับใจ “ชายผิวดำที่ป้อนข้าวให้ผู้หญิงสูงศักดิ์ชาวยิวอย่างละมุนละไม” มิตรภาพ ณ ปลายฟ้า ได้บังเกิดขึ้นแล้ว...

 

อันดับ 4. ไทเลอร์ เดอร์เด้น ปล่อยวางโลกนี้อย่างสุดโต่ง!



“คุณมันสวะชั้นต่ำ คุณมันพวกบริโภคนิยม คุณมันพวกเก่งแต่พูดไร่แก่นสารไปวัน ๆ และที่คุณนั่งเอาหน้างี่เง่าของคุณจ้องมองอยู่หน้าคอมเวลานี้เนี่ย เป้าหมายในชีวิตคุณมีอะไรบ้างนอกจากหายใจรดโลกไปวัน ๆ”

ไทเลอร์ เดอร์เด้น (แบร็ตพิธ) จากเรื่อง Fight Club คืออมนุษย์ตลกร้ายในหมู่พวก “มือถือสากปากถือศีล” ขนานแท้ เขาเดินสวนทางกับอารยธรรมบริโภคนิยมสังคมมนุษย์ดินน้ำมันอย่างสิ้นเชิง เขาสถุล เขาถ่อย เขาโลคลาส เพราะไทเลอร์เป็นตัวเอง ฉลาด และรู้ดีว่า ตัวเองเป็นใคร ต้องการอะไร ใช้ชีวิตแบบไหน และอะไรคือเป้าหมายชีวิต ไม่เหมือนกลุ่มมนุษย์ดินน้ำมันแคร์อารยะจริต อุตสาหะเก็บเงินเพื่อซื้อสินค้าแบรนด์เนมมาแปะหน้าป่าวประกาศว่าข้าเป็นหนึ่งในสมาชิกอารยธรรมบริโภคนิยมแล้ว!

ไทเลอร์ เดอร์เด้น เป็นมนุษย์สถุลที่คุณสามารถพบเห็นเขาได้ทุกครั้งเวลาคุณส่องกระจก ไทเลอร์ จะยิ้มกรุ้มกริ่มให้คุณทุกครั้งที่คุณมองตาคุณผ่านกระจก พร้อมกับคำถามแทงใจดำง่าย ๆ “เมื่อไหร่เอ็งจะปลดปล่อยตัวเองสักทีว่ะไอ้หอกหัก”

 

อันดับ 3. คริสตี้ บราวน์ ศิลปะลงเท้า...

“เราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราสามารถเลือกเป็นอะไรก็ได้ตามที่ใจเราอยากจะเป็น” วลีที่ข้าพเจ้ากล่าวมานี้ช่างตรงกับชีวิตของ คริสตี้ บราวน์ จากหนังเรื่อง My Left Foot ซะเหลือเกิน...

เดเนียล เดย์ลูอิส ก่อนและช่วงถ่ายทำหนังเรื่องนี้ เขาถึงขนาดยอมลงทุนนั่งรถเข็นทำตัวเองให้พิการ เที่ยวให้ทีมงานในกองถ่ายอุ้มเขาขึ้นลงเสมือนคนช่วยตัวเองไม่ได้จริง ๆ เดเนียล ใช้ชีวิตเป็น คริสตี้ บราวน์ หลังกล้องเป็นเวลานานหลายเดือน สุดท้ายเขาก็ประสบความสำเร็จเมื่อเดเนียลสามารถคว้ารางวัลนำชายไปนอนกอดเล่นได้เป็นครั้งแรกในปี 1989

คริสตี้ บราวน์ ในเรื่อง My Left Foot เป็นตัวละครที่สร้างมาจากเรื่องจริง ของนักเขียนภาพและนวนิยายชาวไอริช ที่พิการทางสมองมาตั้งแต่เกิด ไม่สามารถควบคุมกล้ามเนื้อ และการเปล่งเสียงพูด นอกจากเท้าซ้ายของเขา เกือบทั้งชีวิตของ คริสตี้ ผูกพันธ์กับแม่มาก แม่อุ้มเลี้ยงฟูมฟักสอนให้ คริสตี้ รู้จักสู้ชีวิตห้ามย่นท้อต่อโชคชะตาที่พระเจ้าประทานให้เขามาไม่เต็มร้อย แม้ คริสตี้ จะพิการเขาก็ไม่เคยคิดจะงอมืองอตีนเป็นภาระให้แม่เขาจนวันตาย เห็นได้จากช่วงวัยเด็กในหนัง ที่เขาพยายามฝ่าอุปสรรคโชคชะตาชีวิตฟังพี่ ๆ น้อง ๆ ของเขาเรียนคณิตศาสตร์ แล้วใช้นิ้วเท้าด้านซ้ายหนีบชอค์กวาดรูปเรขาคณิตตาม รวมไปถึงฟัง จำ อักษร ABC แล้วเขียนคำว่า Mother ให้แม่ของเขาเห็น เพื่อสื่อให้รู้ว่า “คริสตี้รักแม่มากแค่ไหน” และพิสูจน์ให้พ่อของเขารู้ว่า “เขาก็คือหนึ่งในเด็กฉลาดครอบครัวบราวน์คนหนึ่งนะ”

ตลอดชีวิตของ คริสตี้ แม้เขาจะเป็นคนพิการ แต่การแสดงออกทางอารมณ์เยี่ยงมนุษย์ทั่วไป คริสตี้ ไม่ได้มีความแตกต่างจากคนอื่น ๆ เลย เขามีอารมณ์ร้อนบ้าง! เอาแต่ใจตัวเองบ้าง! เห็นแก่ตัวบ้าง! และมีความรักเฉกหนุ่มสาวตามประสาวัยรุ่น! บ่อยครั้งที่คนดูต้องกลั้นน้ำตาไม่อยู่เวลาเห็น คริสตี้ อกหักซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความหวังมอดสลายไปการคาดหวังที่สูงล้น แต่ คริสตี้ เป็นคนฉลาดสามารถนำอารมณ์เฉกเช่นมนุษย์ทั่วไปนี้ บรรจงใช้ขาซ้ายหนีบพู่กันสรรสร้างผลงานศิลปะชั้นอ๋องทั้งภาพวาด และนวนิยาย วันแล้ววันเล่า เพื่อรอวันบอกให้โลกรู้ถึงอารมณ์เบื้องลึกของเขาผ่านศิลปะเท้าซ้าย เรื่องราวชีวิต ครอบครัว สายลมแห่งความเหงา ความรักหนุ่มสาว อารมณ์ขันตลกร้าย จนนำไปสู่นานาความสำเร็จในตอนจบ เกียรติยศชื่อเสียง เงินทอง และความรักเฉกเช่นมนุษย์ทั่วไป

 

อันดับ 2. Forrest Gump ชีวิตล่องลอยไปตามกระแสลม



Forrest Gump ฟอเรสใช้หัวใจสัมผัสโลก มากกว่าใช้หัวสมองไอคิวอันน้อยนิด ฟอเรสปล่อยให้บทละครชีวิตของเขา เป็นดั่งเช่นขนนกล่องลอยไปกับสายลม ฟอเรสปัญญาอ่อนเพียงเปลือกนอก แต่ความบริสุทธิ์ในจิตใจเขากลับไม่อ่อนตามปัญญาเลยสักนิด มุมมองความรัก แม้ว่า ฟอเรส จะรักเจนนี่มากมายเพียงใด แต่เจนนี่กลับไม่เคยรักฟอเรสเลยเกือบทั้งชีวิตที่ทั้งคู่มีกันและกัน ฟอเรส เสียใจเพียงชั่วครู่แล้วเขาก็วางมันลงกับพื้นแล้วดำรงที่ไม่วันรู้วันข้างหน้าต่อไป เหมือนกับคำพูดที่แม่เขาสอน “ชีวิตก็เหมือนกล่องช็อคโกแลต เราไม่มีทางรู้หรอกว่าข้างในนั้นมีอะไรบ้าง” ตลอดชีวิต ฟอเรส ต้องเจอกับคำสบประมาทจากคนอื่นที่ประเคนด่าทอเขา “เจ้าโง่ เจ้าทึ่ม ไอ้ปัญญอ่อน ไอ้งั่ง” ฟอเรสไม่ยี่หระกับคำพูดพวกนี้ เพราะเขารู้ดีว่าเขาเป็นยังไง เขาไม่เคยโกหกตัวเอง และคนอื่น เขาโง่ก็แสดงออกโง่ ๆ เขาทึ่มก็แสดงออกทึ่ม ๆ เพราะนั่นคือเขา ชีวิตเขา คนอื่นอาจมองว่าเขา โง่ ทึ่ม แต่ ฟอเรส รู้ในสิ่งที่เขาเป็น คิดในสิ่งที่เขาคิด พูดในสิ่งที่เขาพูด เขาไม่มีวาระซ่อนเร้นผ่านคำพูดเฉกเช่นคนทั่วไปที่สบประมาทเขา ชีวิตฟอเรสทั้งชีวิตขาวผุดผ่องทั้งนอกและใน ตลอดทั้งเรื่องเขาได้ใช้หัวใจสัมผัสโลก มากกว่าใช้หัวสมอง ฟอเรสรักหมวดแดน ฟอเรสรักเจนนี่ ฟอเรสรักบับบ้า ฟอเรสรักโลกใบนี้ โดยไม่รู้เลยว่าพวกเขาจะรักฟอเรสบ้างมั้ย? I'll be right here" การเดินทางอันยาวไกลของฟอเรสได้หยุดลงแล้วตรงนี้...

 

อันดับ 1. Rocky ผมทำได้แล้วเอเดรียน!

“กุ๊ยข้างถนนบางคนที่คุณกำลังดูแคลนอยู่เวลานี้ บางทีเขาอาจจะเป็นอะไรที่เซอร์ไพส์คุณในวันข้างหน้าก็ได้นะ” ตัวละคร Rocky ที่แสดงโดย ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน ได้ฝากวลีคำถามฝังหัวถึงคนทั่วโลกทุกคนหลังจากชมซีรีย์หนังเรื่อง Rocky แล้ว!

ตัวละคร Rocky เป็นตัวแทนของชนชั้นล่างละแวกข้างถนนใกล้ ๆ บ้านคุณ ที่กำลังมองมาทางคุณ รอคอยโอกาสจากคุณ...มาหยิบยื่นให้พวกเขา ช่วงต้นเรื่องในหนัง Rocky เปรียบเสมือนดักแด้ที่ไม่มีใครเอ็นดู เกลียดชัง สังคมต่างก็ผลักไสไล่ส่งเขา เขาต้องทำงานหาเลี้ยงชีพ หาข้าวประทังชีพไปวัน ๆ ไม่เกี่ยงงาน ขอแค่ได้เงิน เป็นนักมวยเกรดต่ำ ลูกกระจ็อกตามทวงหนี้ แม้ชาวบ้านในละแวกบ้านจะมองเขาเป็นเพียงกุ๊ยหรือนักมวยกระจอก แต่จิตใจเขากลับดำรงคงเส้นเป็นคนดีไม่ทรยศตัวเอง เห็นได้จากงานทวงหนี้ที่เขาไม่หักนิ้วลูกหนี้ที่ไม่ยอมจ่ายเงินตามที่เจ้านายสั่ง หรือการพยายามเดินไปส่งเด็กผู้หญิงแถวบ้านพร้อมเทศนาไม่ให้เด็กหลงผิดเสียอนาคต Rocky ทำดีหลังพระเป็นนิจกิจวัตร สุดท้ายคนที่รู้ใจ Rocky มากที่สุดก็คือแฟนสาวเขาเพียงคนเดียว แอนเดรียน เป็นดั่งเสียงระฆังค์ในหัวใจ Rocky ปลุกเร้าเขายามหมดกำลังใจ

ช่วงชีวิตวัยหนุ่มของ Rocky ต้องฝ่าฝันอุปสรรคชีวิตเฉกเช่นเดียวกับดพวกกุ๊ยแถวบ้านคุณที่คุณ...เพิ่งดูแคลนไป ช่วงหลังของเรื่อง Rocky เปรียบเป็นผีเสื้อที่ลอกคราบจากดักแด้ต้นเรื่องแล้ว เขามีหน้า ชื่อเสียง การยอมรับ เพียงเพราะเขาได้โอกาสจาก อพอลโลครีท แชมป์โลกผิวดำไร้ดำจิตใจ เปิดโอกาสให้ Rocky ชิงแชมป์โลก ถ้าเขาไม่ได้โอกาสจากชายผิวดำผู้นี้เขาก็คงเป็นแค่ดักแด้ในสายตาคนอื่นต่อไป

ในวันขึ้นชกชิงแชมป์โลก แม้ว่า Rocky จะแพ้หรือว่าชนะ เขาบอกกับตัวเองและเอดรียนจะไม่ยี่หระกับผลเหล่านี้ เขาขอเพียงให้สองขาของเขายืนหยัดบนเวทีจวบจนนาทีสุดท้าย เพื่อพิสูจน์ให้โลกรู้ว่า “ฉันไม่ใช่กุ๊ยกระจอกละแวกบ้านอย่างที่พวกคุณว่ากัน...” และเขาก็ทำสำเร็จ...เอเดรียนนนนน!!!


โดย : Anurak
อัพเดท : 25-12-55, 17:21 น.
ที่มา : www.FilmFixs.com

ความคิดเห็นทั้งหมด
ยังไม่มีความคิดเห็น
นโยบายการใช้งาน
Copyright © 2015 KhanPak.com. All Rights Reserved.
ติดต่อเรา : 02-8779346, 086-3788812 (จ.-ส. เวลา 8.30-17.30)