แบดไทยฉาวโฉ่ ชิงชนะเลิศชายคู่ต่อยกันกลางสนาม

เว็บไซต์คันปาก โดนใจทุกคลิก

แบดไทยฉาวโฉ่ ชิงชนะเลิศชายคู่ต่อยกันกลางสนาม

แบดมินตันไทยฉาวโลก อดีตชายคู่มือ 7 โลก ทะเลาะกันเองนัดชิงแคนาดาโอเพ่น ก่อนคุมอารมณ์ไม่อยู่เข้าตะบันหน้ากันเลือดสาด  บดินทร์ ทำคลิป ขอโทษทำเสียชื่อเสียงวงการขนไก่ไทยเสื่อม อ้างขาดสติ ขอรับผิดคนเดียว ส่วนเพื่อนคู่หู  ภควัฒน์ แจง  เจ้าเอ ยุก่อน ด้านนายกแบด แสดงความเสียใจ เรียกประชุมคณะกรรมการ 27 ก.ค. เผยสหพันธ์แบดอาจลงโทษหนักถึงแบนตลอดชีวิต หวั่นกระทบรายการชิงแชมป์ขนไก่โลกส.ค.ที่จีน ส่วนรุ่นพี่ทีมชาติ สุดเขต โพสอินสตราแกรม ไม่มีใครผิด เป็นเรื่องของวัยรุ่นขาดสติ วอนผู้ใหญ่หาทางออกแบบแฮปปี้ ทามกลางข่าวร้าย  น้องแนท คว้าแชมป์หญิงเดี่ยวกู้หน้า

เมื่อวันที่ 21 ก.ค. ที่เมืองริชมอนด์ ประเทศแคนาดา ตามเวลาท้องถิ่นที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทัพนักแบดมินตันไทย ได้เดินทางไปร่วมการแข่งขัน "แบดมินตัน โยเน็กซ์ แคนาดา โอเพ่น 2013" ที่เมืองริชมอนด์ แคนาดา ซึ่งถือเป็นทัวร์นาเมนต์สะสมแต้มระดับกรังด์ปรีซ์

วันดังกล่าวนี้เป็นการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ โดยในประเภทชายคู่ เป็นการโคจรมาพบกันเองของนักแบดฯไทย ระหว่าง "เจ้าเอ"มณีพงศ์ จงจิตร จับคู่กับ "เจ้าต้นน้ำ"นิพิฐพนธ์ พวงพั่วเพชร พบกับ อดีตคู่หูเก่า "เจ้าอาร์ท"บดินทร์ อิสสระ ซึ่งจับคู่กับ "เจ้าท็อป"ภควัฒน์ วิไลลักษณ์

 ระหว่างการแข่งขันนัดชองฯ เกิดเรื่องอื้อฉาวงามหน้าวงการแบดฯไทย และวงการแบดฯโลก เมื่อ "เจ้าเอ"มณีพงศ์  ซึ่งจับคู่กับ "ต้นน้ำ"นิพิฐพนธ์ เป็นฝ่ายเอาชนะคู่ "เจ้าอาร์ท"กับ"เจ้าท็อป"ไปก่อนในเกมแรก 21-12 จึงแสดงอาการดีใจจนเกิดกว่าเหตุ และประจวบกับเป็นช่วงระหว่างนักกีฬาต้องเปลี่ยนสลับคอร์ตแบด "เจ้าเอ"มณีพงศ์ กับ "เจ้าอาร์ท"จึงเกิดอาการเขม่นกันเอง จนกระทั่งมีปากเสียงด่าทอโต้ตอบกันไปมา ก่อนที่ "เจ้าเอ"มณีพงษ์ ทนไม่ไหววิ่งเข้าไปพร้อมกับเอาแร็กเก็ตฟาดใส่หน้า "เจ้าอาร์ต"เข้าที่บริเวณศีรษะ

หลังจากนั้น "เจ้าเอ" มณีพงศ์ จึงตัดสินใจวิ่งหนีข้างแผงกั้นไปคอร์ตแบดข้างๆ แต่ "เจ้าอาร์ต"บดินทร์ ไม่ยอม จึงวิ่งตามไปต่อย"เจ้าเอ"มณีพงศ์ ก่อนทั้งคู่ล้มลงกลางคอร์ตแบดฯ ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่เจ้าหน้าที่ทีมของไทยและนักกีฬาของไทย จะเข้าไปช่วงแยกทั้งคู่ออกจากกัน ทำให้การแข่งขันในเกมที่สองไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ ฝ่ายจัดการแข่งขันจึงตัดสินให้ คู่ของ"เจ้าเอ"มณีพงศ์ กับ "ต้นน้ำ"นิพิฐพนธ์ เป็นฝ่ายชนะ พร้อมทั้งคว้าแชมป์ในประเภทชายคู่ไปครอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ก่อนเกิดเรื่องฉาวงานหน้าวงการแบดฯไทย "เจ้าเอ" มณีพงศ์ กับ "เจ้าอาร์ท" บดินทร์ ลงเล่นคู่กันตั้งแต่ปี 2011 ในอดีตทั้งคู่จับคู่กันสร้างผลงานแสดงฝีมือทำชื่อเสียงให้ประเทศไทยอย่างมาก โดยทำผลงานทะลุรอบ 8 คู่สุดท้ายในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ที่ "ลอนดอนเกมส์"ประเทศอังกฤษ เมื่อปี 2012 ที่ผ่านมา อีกทั้งสองหนุ่มคู่หูยังช่วยกันคว้าแชมป์ รายการ"โยเน็กซ์ ซันไรส์ เวียดนาม โอเพ่น กรังด์ปรีซ์ โกลต์ 2012"

นอกจากนี้ทั้งคู่เคยก้าวไปถึงมือวางอันดับ 7 ของโลก อีกทั้งช่วงเดือนม.ค.2556 เกิดกระแสข่าว ช็อกวงการลูกขนไก่ไทย "เจ้าอาร์ต"บดินทร์ ซึ่งจับคู่กับ"เอ"มณีพงษ์ ออกมาประกาศเลิกเล่นในนามทีมชาติ เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บเรื้อรังรบกวนมาอย่างยาวนาน ต้องรักษาจนไม่มีเวลาฝึกซ้อม ทำให้ผู้ใหญ่ในวงการแบดฯ เล็งหาคู่หูให้"เจ้าเอ"ใหม่ ก่อนที่ทั้งคู่จะแยกทางกัน และต่างฝ่ายก็จับคู่ใหม่ลงแข่งขันในประเภทชายคู่

ทั้งนี้ บดินทร์ทำคลิปขอโทษแฟนแบดฯชาวไทย ต่อกรณีที่เกิดขึ้นด้วย โดยมีใจความสรุปได้ว่า ขอโทษที่ทำให้ประเทศชาติเสื่อมเสีย ตนขอรับผิดแต่เพียงผู้เดียว และขอให้เรื่องจบแค่เพียงตรงนี้

"ผม บดินทร์ อิสสระ ผมต้องขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากผมโดนไม้แร็กเก็ตฟาดเข้าที่หูจนเลือดออก หูฉีก ทำให้ผมขาดสติ ผมต้องขอโทษแฟนๆ ชาวไทยทุกคนที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงประเทศชาติ ผมขอรับผิดแต่เพียงผู้เดียว ผมขอให้เรื่องจบลงที่ตรงนี้ ขอบคุณครับ" บดินทร์ กล่าวในคลิป

ขณะที่ มณีพงศ์ให้สัมภาษณ์กับรายการเรื่องเล่าเช้านี้ว่า "อดีตคู่หูยั่วคู่ของผมตลอดเกม และเป็นบดินทร์ที่ลงมือก่อน"

ด้าน ภควัฒน์ ซึ่งจับคู่ของ บดินทร์ เผยว่า หากดูจากในคลิปเหมือนกับว่า บดินทร์จะเป็นฝ่ายผิด แต่หากพิจารณาก่อนหน้านั้น จะทราบว่า มณีพงศ์ด่าบดินทร์ก่อน หลังจากนั้นบดินทร์ก็เข้าไปต่อย แต่มณีพงศ์ก็ใช้แร็กเกตฟาดคู่กรณีจนเลือดอาบ ก่อนจะตามมาด้วยเหตุการณ์ชกต่อยกันตามที่เห็นในคลิปดังกล่าว ทั้งนี้ฝ่ายแพทย์ประจำการแข่งขันรายงานว่า บดินทร์ที่โดนแร็กเกตฟาดเข้าที่หู มีแผล 2 จุดบริเวณใบหู

ด้านนายสุรศักดิ์ ส่งวรกุลพันธุ์ เลขาธิการสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย กล่าวชี้แจงว่า สมาคมฯจะเรียกประชุมด่วน เพื่อพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ซึ่งแน่นอนว่า ระเบียบว่าด้วยการควบคุมการส่งนักกีฬาแข่งขันต่างประเทศ และการควบคุมความประพฤติ วินัย ของนักกีฬา เจ้าหน้าที่ และสมาชิกสโมสรของสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ 2556 ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือว่าหนักหนาที่สุดในเมืองไทย

ส่วนบทลงโทษคงต้องรอการหารือและพิจารณากันอีกครั้ง แต่เชื่อว่า จะเป็นบทลงโทษขั้นสูงสุด หรือ อาจจะเป็นบทลงโทษห้ามตลอดชีวิต เช่นเดียวกับที่สมาคมอื่นๆ ลงโทษนักกีฬาในกรณีคล้ายๆกัน ส่วนที่กังวลอีกเรื่องคือทั้งสองเป็นนักกีฬาไทย สมาคมแบดมินตันไทยอาจจะถูกลงโทษด้วย จากการที่ไม่สามารถควบคุมนักกีฬาได้ ซึ่งสหพันธ์แบดมินตันโลก (บีดับเบิลยูเอฟ) จะประชุมใหญ่ในเดือน พ.ย.

ส่วน นายเจริญ วรรธนะสิน นายกสมาคมแบดมินตันฯ เผยว่า ได้รับรายงานเรื่องนี้ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา จากเหตุการณ์ดังกล่าว เท่าที่ทราบเบื้องต้นทั้งคู่มีเรื่องผิดใจกันก่อนหน้านี้แล้ว และระหว่างแข่งรอบชิงชนะเลิศเกมนี้ก็มีการยั่วยุกันไปมาตลอด จนกระทั่งจบเกมแรก จึงเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ตอนแรกก็รู้สึกเป็นกังวลว่า สหพันธ์แบดมินตันโลกจะตัดสิทธิ์ทั้ง 2 ทีมเลยหรือไม่ แต่สุดท้ายก็รู้สึกโล่งใจได้ที่ สหพันธ์แบดมินตันโลก ยังไม่ปรับทั้งคู่แพ้ แต่เลือกที่จะรอดูเหตุการณ์ว่าใครเป็นคนลงมือก่อนแล้วจึงตัดสิน ซึ่งผลที่ออกมาคือคณะกรรมการให้คู่ของ "เอ"มณีพงศ์ กับ "ต้นน้ำ" นิพิฐพนธ์ เป็นฝ่ายครองแชมป์ โดยชนะ 2-0 เกม 21-13 และเกมที่ 2 ได้ ดิสควอลิฟายด์

"ผมรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก ผมอยู่ในวงการแบดมินตันมา 58 ปี ยังไม่เคยเจอเหตุการณ์อย่างนี้เลย มันทำให้ชื่อเสียง และผลงานของนักแบดมินตันคนอื่นๆที่ทำดีมาตลอดเสียไปด้วย ทั้งการคว้าแชมป์ในประเภทหญิงเดี่ยว ของ ณิชชาอร จินดาพล ในรายการเดียวกัน หรือแม้กระทั่งการคว้าแชมป์ของ "ปอป้อ"ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย ในรายการยูเอส โอเพ่น ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา กลายเป็นว่า คนทั้งโลกต้องมาจำเหตุการณ์ที่ดังกล่าวที่ไม่สมควรเกิดขึ้น"นายเจริญกล่าว

นายเจริญ เผยอีกว่า ในฐานะสมาคมแบดมินตันฯต้องรอรายงานจากกรรมการผู้ชี้ขาด จากโค้ชและผู้จัดการทีมอย่างเป็นทางการ และต้องรอดูว่า สหพันธ์แบดมินตันโลก จะมีบทลงโทษอย่างไร ซึ่งถ้าใครผิดก็ต้องถูกลงโทษเพียงคนเดียว สิ่งที่ห่วงตอนนี้คือ อาจจะมีผลกระทบกับการแข่งขันแบดมินตันชิงแชมป์โลก 2013 ที่เมืองกว่างโจว ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 5-11 ส.ค. เนื่องจากคู่ มณีพงศ์ - นิพิฐพนธ์ เป็นคู่มือวาง 15 ของรายการ ในประเภทชายคู่

ขณะที่ สุดเขต ประภากมล นักแบดมินตันไทย มืออันดับ 7 ของโลกประเภทคู่ผสม โพสต์ข้อความในอินสตราแกรมของตัวเองแสดงความเห็นใจต่อนักแบดมินตันรุ่นน้องที่ก่อเรื่องดังกล่าวว่า "การที่เด็กผู้ชายวัยรุ่น 2 คน ซึ่งเป็นเพื่อนรักกันชกต่อยกันเป็นเรื่องธรรมดาที่เห็นกันบ่อยๆ ตามสื่อเกือบทุกวัน เพียงแต่มันอาจจะผิดที่ผิดเวลาไปหน่อย มันเป็นเพียงการขาดสติชั่ววูปก็เท่านั้นเอง แต่มันก็เป็นเรื่องของเด็กๆ ซึ่งผมเคยผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นเช่นกัน

อย่าได้โทษใครคนใดคนหนึ่ง ไม่มีใครผิดใครถูก ไม่มีใครไม่เคยทำผิด ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เด็กทั้ง 2 ทำผิดก็คงไม่อยากให้ใครมาซ้ำเติม ยังไงก็ยังต้องการกำลังใจดีๆมากกว่า ปัญหาทุกอย่างมีทางออกที่ดี อยู่ที่คนแก้อยากให้จบแบบดีรึป่าวก็เท่านั้น ให้โอกาสน้องๆ ผมด้วย"ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ท่ามกลางข่าวไม่ดีในวงการแบดฯไทย ก็ยังมีข่าวที่ดีงามให้พูดถึง เมื่อในรอบชิงชนะเลิศ ประเภทหญิงเดี่ยว รายการเดียวกัน นักแบดฯสาวไทย "น้องแนท" ณิชชาอร จินดาพล มือวาง 1 ของรายการ สามารถควบคุมอารมณ์ ความรู้สึก มุ่งมั่นกับการแข่งขัน จนสามารถเอาชนะ ยิป ปุย ยิน มือวาง 3 จากฮ่องกง 21-18, 21-16 คว้าแชมป์มาครองสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยได้สำเร็จ

โดย : Chang noye
อัพเดท : 23-07-56, 16:03 น.
ที่มา :

กีฬาประเภทอื่นๆล่าสุด
ดูข่าวกีฬาประเภทอื่นๆทั้งหมด
นโยบายการใช้งาน
Copyright © 2015 KhanPak.com. All Rights Reserved.
ติดต่อเรา : 02-8779346, 086-3788812 (จ.-ส. เวลา 8.30-17.30)