ขาดทุนยับ 5 อันดับหนังไทย ทำได้รายได้แค่หลักหมื่น

เว็บไซต์คันปาก โดนใจทุกคลิก

ขาดทุนยับ 5 อันดับหนังไทย ทำได้รายได้แค่หลักหมื่น

ที่ผ่านมา หลายคนคงเคยได้ยินแต่ข่าวการจัดอันดับภาพยนตร์ทำเงินสูงสุด เมื่อใดที่มีหนังสักเรื่องกวาดรายได้ถล่มทลาย ทว่าวันนี้ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า หลังปรากฎการณ์ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ ของหนังเรื่อง ที่เพิ่งทำลายสถิติใหม่ของหนังที่ทำเงินต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์หนังไทยในรอบหลายสิบปี ด้วยรายได้เพียง 2.9 หมื่นบาท ก่อให้เกิดคำถามตามมาว่าแบบนี้ก็มีด้วย? แต่เราได้รวบรวม 5 อันดับหนังไทยที่ทำเงินน้อยที่สุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา อ้างอิงข้อมูลจากสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ จะมีเรื่องอะไรบ้าง และทำเงินได้แค่ไหน ไปดูกัน



อันดับ 1 หมวยจิ้นดิ้นก้องโลก (เข้าฉาย 30 ม.ค. 57)

ภาพยนตร์แนวคอมเมดี้ เรื่องราวของมิตรภาพใสๆ ความรักกุ๊กกิ๊ก กวนๆของวัยรุ่นสุดฮา ที่ต้องปฏิบัติภารกิจกอบกู้ร้านขายของชำของตระกูล ในวันที่มินิมาร์ทครองเมืองเรื่องนี้ทำรายได้แค่ 2.9 หมื่นบาทเท่านั้น พูดง่ายๆคนตี๋ตั๋วเข้าชมราว 200 คน



อันดับ 2 หล่อลากไส้ (เข้าฉาย 25 เม.ย. 56)

หนังแนวแฟนตาซีสุดแหวกแนวกึ่งแอนิเมชั่นที่ตัดสลับเหตุการณ์ที่เป็นคนแสดงกับเหตุการณ์ในการ์ตูน เป็นการต่อสู้ระหว่างเสือสมิงกับมนุษย์หมาป่า นำแสดงโดยดาราหน้าใหม่รูปหล่ออย่าง กานต์ กุลานุพงศ์ และณัฐวัตร ดีวงกิจ หรือแชมป์ เอเอฟ7 ทำรายได้ 5 หมื่นบาท 



อันดับ 3 เด็กสาว ( เข้าฉาย 8 พ.ย. 55)

ผลงานกำกับเรื่องแรกของนักเขียนสุดติสต์ ฟ้า พูลวรลักษณ์ ว่าด้วยเรื่องมิตรภาพอันงดงามของ 5 เด็กสาวในช่วงมัธยมปลาย รับบทนำโดยนักแสดงโนเนมทั้งสิ้น ทำเงินไป 5.6 หมื่นบาท



อันดับ 4 เก๋าเกรียน (เข้าฉาย 29 ก.ย. 55)

หนังผีตลกโปกฮา เกี่ยวกับขบวนการปราบผี นำแสดงโดยบอย เอเอฟ3 ที่ไม่มีอะไรโดดเด่น แม้จะได้บารมีดาวตลกอย่างค่อม ชวนชื่น โย่ง เชิญยิ้มมาช่วย ก็มิอาจโด่งดังได้ ทำเงินไป 5.7 หมื่นบาท



 อันดับ 5 สมาน-ฉัน (เข้าฉาย 3 ก.ย. 53)

หนังโรแมนติกคอมเมดี้ ฝีมือกำกับของคนทำหนังชื่อไม่คุ้นหู ชูโรงโดยนางเอกสาว จิ๊บ ปกฉัตร ว่าด้วยเรื่องราวความรักอันสดสวยของหนุ่มสาว ออกฉายหลังเหตุการณ์ชุมนุมคนเสื้อแดงปี 53 หวังสร้างความปรองดองในชาติ ทุนสร้างถึง 50 ล้านบาท แต่สุดท้ายคว้าไปได้เพียง 6 หมื่นบาทเท่านั้น

ว่ากันว่าปัจจัยที่ส่งผลให้หนังเหล่านี้ทำรายได้ต่ำอย่างไม่น่าเชื่อ ประกอบด้วยโปรดักชั่นการสร้างบรมห่วย ดารานำแสดงไม่ดึงดูด โปสเตอร์ไม่เตะตา คลิปตัวอย่างหนังที่ปล่อยออกมา ตลอดจนการโปรโมทประชาสัมพันธ์ไม่ทั่วถึง เมื่อคนดูน้อย ทางโรงหนังจึงตัดจำนวนรอบฉายลง และเมื่อไม่มีคนดู กระแสเงียบ   ในที่สุดก็ถูกถอดออกจากโปรแกรม ทั้งที่ฉายได้เพียง 1 สัปดาห์เท่านั้น

มีความคิดเห็นน่าสนใจจาก สุภาพ หริมเทพาธิป นักวิจารณ์อิสระและผู้ก่อตั้งนิตยสาร BIOSCOPE เขาบอกว่าเหตุผลง่ายๆที่คนดูน้อยคือ ไม่เชื่อมั่นในตัวหนัง

"การที่คนอยากดูหนังสักเรื่อง เขาต้องการเข้าไปเพื่อดู ‘อะไรสักอย่าง’ เช่น ไปดูเพราะว่าเป็นหนังฟอร์มใหญ่ เพราะผู้กำกับ นักแสดง เพราะดราม่า ตลก โรแมนซ์ หรืออะไรสักอย่างที่มันเป็นความตั้งใจของเขา หนังที่รายได้ต่ำ ไม่ได้หมายความว่าจะสะท้อนถึงคุณภาพของหนังไทยว่าห่วย มันเป็นเฉพาะเรื่อง ซึ่งทางโรงหนังอาจจัดกลุ่มคนดูไม่ได้ จึงต้องตัดรอบ คนก็ไปดูเรื่องอื่น ดังนั้นต้องรู้จักหนังตัวเอง รู้จักคนดู รู้วิธีทางการตลาดว่าจะสื่อสารกับคนดูยังไงให้เข้ามาดูหนังของตัวเอง"

นักวิจารณ์ชื่อดัง ปิดท้ายว่าการทำหนังไม่ใช่จบแค่ทำหนังเสร็จ แต่กลยุทธ์ทางการตลาดในการประชาสัมพันธ์ก็สำคัญไม่แพ้การทำหนังดี

โดย : Chang noye
อัพเดท : 02-05-57, 14:39 น.
ที่มา : easybranches.co.th/thai-news

ข่าวหนังไทยล่าสุด
ดูข่าวข่าวหนังไทยทั้งหมด
นโยบายการใช้งาน
Copyright © 2015 KhanPak.com. All Rights Reserved.
ติดต่อเรา : 02-8779346, 086-3788812 (จ.-ส. เวลา 8.30-17.30)