โค้ชเช รับลงโทษ น้องก้อย จริง แต่ไม่ได้ต่อย

เว็บไซต์คันปาก โดนใจทุกคลิก

โค้ชเช รับลงโทษ น้องก้อย จริง แต่ไม่ได้ต่อย

"โค้ชเช" เช ยอง ซอก เฮดโค้ชเทควันโดทีมชาติไทย เผยผ่านสื่อต่างประเทศว่า การนำเสนอข่าวความขัดแย้งภายในสมาคมเทควันโดครั้งนี้ค่อนข้างเกินจริง โดยยอมรับว่าได้ลงโทษด้วยการตีเข้าที่ใบหน้าและท้องน้อยของน้องก้อยจริงแต่ไม่ได้ทำรุนแรง"

(17 ก.ค.) ความคืบหน้ากรณี ที่ "น้องก้อย" รุ่งระวี ขุระสะ นักเทควันโดทีมชาติไทย วัย 23 ปี เจ้าของเหรียญทองแดงชิงแชมป์เอเชีย 2014 ที่อุซเบกิสถาน รุ่น 62 กก.หญิง ระบุว่า ถูก "โค้ชเช" เช ยอง ซอก เฮดโค้ชเทควันโดทีมชาติไทย ชาวเกาหลีใต้ ลงโทษเกินกว่าเหตุ หลังเจ้าตัวมาแข่งขันช้า ไม่พร้อมในการลงสนาม จนเป็นเหตุให้ร่วงตกรอบแรกในศึกเทควันโด "โคเรีย โอเพ่น 2014" ที่เกาหลีใต้

ล่าสุดทางเว็บไซต์ “นิวส์ ด็อท เฮรัลด์คอร์ป ด็อท คอม” สื่อเกาหลีใต้ระบุว่าการนำเสนอข่าวความขัดแย้งภายในสมาคมเทควันโดครั้งนี้ค่อนข้างเกินจริง ที่สำคัญดูเหมือนทางน้องก้อยจะเป็นฝ่ายให้ข่าวกับสื่ออยู่ข้างเดียว แม้ทางฝั่งโค้ชเชจะได้ขออภัยรวมทั้งยืนยันว่าเป็นการลงโทษเพื่อรักษาวินัยและสปิริตภายในทีมนักเทควันโดทีมชาติไทยที่ไปร่วมแข่งขันทั้งหมด

โดยในวันเดียวกัน โค้ชเชยังมีข่าวให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอ็นเอชเอ ของญี่ปุ่น ยอมรับว่าได้ลงโทษด้วยการตีเข้าที่ใบหน้าและท้องน้อยของน้องก้อยจริงแต่ไม่ได้ทำรุนแรง เนื่องจากไม่อาจปล่อยให้ความประมาทของคนๆ เดียวมาส่งผลเสียต่อทีม ขณะเดียวกันตนทำหน้าที่โค้ชในไทยมานาน พอจะทราบวัฒนธรรมไทยว่าไม่คุ้นกับการสั่งสอนแบบหนักหน่วง ยิ่งเป็นนักกีฬาหญิง เค้าไม่มีทางต่อยอย่างแน่นอน

พร้อมกันนี้สื่อเกาหลียังยกเอาประเด็นเรื่องเส้นสายและความขัดแย้งอื่นภายในสมาคมเทควันโดไทยขึ้นมาพูดถึงพร้อมตั้งความหวังว่าการสอบสวนกรณีน้องก้อยกับโค้ชเชผู้เคยพานักกีฬาไทยคว้าสามเหรียญโอลิมปิกจะเป็นไปอย่างใสสะอาดและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ด้าน "วิว" เยาวภา บุรพลชัย และ "เล็ก" ชนาธิป ซ้อนขำ 2 ฮีโรโอลิมปิก ได้ออกมาเปิดใจเล่าถึงประสบการณ์ผ่านรายการ "เรื่องเด่นเย็นนี้" ทางช่อง 3 จากกรณี ที่ "น้องก้อย" รุ่งระวี ขุระสะ เผยว่า ถูก "โค้ชเช" เช ยอง ซอก เฮดโค้ชเทควันโดทีมชาติไทย ชาวเกาหลีใต้ ลงโทษเกินกว่าเหตุ

โดย "วิว" เยาวภา อดีตเหรียญทองแดงโอลิมปิกปี 2004 เล่าว่า "ยอมรับว่าเครียดมาก เพราะติดตามข่าวมาตั้งแต่น้องก้อย โพสต์เฟซบุ๊กถึงปัญหาในเรื่องนี้ จนเรื่องได้บานปลาย แต่วิวยังเชื่อมั่นโค้ชเชเนื่องจากอยู่ด้วยกันมานานจนเกิดความศรัทธาในตัวโค้ชคนนี้

วิวก็โดนลงโทษเยอะแยะ สารพัดจะเจอเหมือนกัน วิวฝึกเตะกับโค้ชเชทุกวัน หนักมากๆ โดนเตะหัวบ่อยๆ จนเลือดอาบก็มี แต่วิวเข้าใจในตัวโค้ชเช เนื่องจากวิวเป็นคนที่เตี้ย เค้าอยากให้วิวเลิกกลัวคนสูง ในความจริงวิวก็โกรธโค้ชเชมากๆ เหมือนกัน และเจ็บใจมาก ทำไมเราเป็นผู้หญิงถึงสู้ผู้ชายไม่ได้ แต่อีกมุมหนึ่งก็คิดว่าเขาหวังดี อยากให้เราได้ดี

พ่อของวิวก็เคยจะไปต่อยโค้ชเชด้วย เนื่องจากทนไม่ไหวเห็นลูกโดนหนักมาก แต่วิวเองที่เป็นคนไปห้าม แล้วเรื่องมันก็ผ่านไปได้ ทำให้ในที่สุดความฝันก็เป็นจริงในเวลาแค่ 3 ปี สิ่งที่เคี่ยวเข็ญ กดดัน ความมุ่งมั่นที่มีของโค้ช ทำให้วิวประสบความสำเร็จได้เหรียญโอลิมปิกมาได้"

ส่วน น้องเล็ก ชนาธิป อดีตเหรียญทองแดงโอลิมปิก ปี 2012 เผยว่า "เล็กยืนยันว่าอยากไปฝึกกับโค้ชเชที่เกาหลีใต้จริง แต่จะไม่โอนสัญชาติไปเล่นที่นั่น เล็กฝึกกับโค้ชเชมา 7 ปี รับรู้ได้ถึงความมุ่งมั่นของโค้ช การโดนลงโทษนั้นหนักกว่าน้องก้อยอีก แต่ไม่เคยออกมาป่าวประกาศอะไรเลย

โค้ชเชจะเป็นคนที่เคร่งครัดกับระเบียบวินัยมาก เคยโดนหนักสุดก็คือโดนตีแต่ไม่ได้ถึงกับเลือดตกยางออก แต่การลงโทษของโค้ชเช เค้าจะบอกตลอดว่าลงโทษเพราะอะไร เชื่อได้เลยว่า เด็กเจ็บที่ตัว แต่โค้ชเจ็บที่ใจ

ความเป็นจริงเลยถ้าโค้ชเชเจตนาต้องการที่จะต่อยน้องก้อยตามที่บอกว่าโดนเป็นสิบๆหมัดจริง คงน่าจะร่วงไปตั้งแต่หมัดแรกแล้ว แต่นี่แสดงให้เห็นว่าไม่ใช่ความเจตนาที่อยากจะทำร้ายของโค้ชเลย

เล็กมองว่าถ้าโค้ชเชตั้งใจทำร้ายน้องก้อยจริง ทำไมไม่เรียกไปคุยส่วนตัว แต่กลับทำต่อหน้าทุกๆ คน แสดงว่าต้องมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นจริงไม่งั้นโค้ชไม่ทำหรอก ตอนนี้โค้ชเชเบาลงกว่าแต่ก่อนมากๆ ไม่ค่อยโหดเท่าแต่ก่อน เขาเป็นคนที่จริงจังอย่างมากกับการฝึกซ้อม จุดนี้เองทำให้เด็กต่างจังหวัดธรรมดาคนหนึ่งประสบความสำเร็จได้ "

ทั้งนี้ วิว เยาวภา ได้กล่าวถึงน้องก้อยว่า "โค้ชเชน่าจะห่วงภาพลักษณ์ของนักกีฬาไทยมากกว่า ที่ไม่พร้อมก่อนแข่งขัน ทำให้ชาติอื่นมองไม่ดี ตอนนี้กลายเป็นปัญหาใหญ่ระดับชาติไปแล้ว วิวไม่อยากให้คิดว่าใครชนะหรือแพ้ พี่ๆ ก็ผ่านกันมาได้ประสบความสำเร็จกันมามากมาย อยากให้มองข้ามจุดนี้ไป ใจเย็นๆ ปล่อยวางบ้าง เนื่องจากโค้ชเชก็ได้ออกมากล่าวขอโทษแล้ว"

เช่นเดียวกับน้องเล็ก ก็ได้กล่าวถึงน้องก้อยเช่นกันว่า "พี่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ถ้าพูดอะไรไปก็จะหาว่าเข้าข้างโค้ชเช แต่อยากให้มองที่เจตนามากกว่าจะมามองว่าโค้ชอยากทำร้าย อยากให้หันหน้าคุยกัน เพราะโค้ชเชก็ออกมาขอโทษแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องให้โค้ชมาขอโทษผ่านสื่ออีกแล้ว"

โดย : Chang noye
อัพเดท : 18-07-57, 08:42 น.
ที่มา :

ความคิดเห็นทั้งหมด
ยังไม่มีความคิดเห็น
กีฬาประเภทอื่นๆล่าสุด
ดูข่าวกีฬาประเภทอื่นๆทั้งหมด
นโยบายการใช้งาน
Copyright © 2015 KhanPak.com. All Rights Reserved.
ติดต่อเรา : 02-8779346, 086-3788812 (จ.-ส. เวลา 8.30-17.30)