รักแรกพบของ ในหลวง กับ พระราชินี

เว็บไซต์คันปาก โดนใจทุกคลิก

รักแรกพบของ ในหลวง กับ พระราชินี

วันนี้เราจะมาเล่าถึง "แรกแรกพบ" ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เรื่องราวจะน่ารักแค่ไหน ไปดูกันเลยค่ะ...

ย้อนหลังไป ปี พุทธศักราช ๒๕๒๑ ..... 

ปี ๒๕๒๑ ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระราชทานสัมภาษณ์ ในภาพยนตร์สารคดี เรื่อง "ขวัญของชาติ" ออกเผยแพร่ ทางสถานีโทรทัศน์ บีบีซี กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ พระราชทานสัมภาษณ์ถึง รักแรกพบ 

มีความตอนหนึ่งว่า ..... 

สำหรับข้าพเจ้า เป็นการเกลียด แรกพบ มากกว่า รักแรกพบ เนื่องเพราะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รับสั่งว่า จะเสด็จถึงเวลาบ่าย ๔ โมง แต่จริงแล้ว เสด็จมาถึง ๑ ทุ่ม ช้ากว่านัดหมาย ตั้ง ๓ ชั่วโมง ทรงทำให้ข้าพเจ้า ต้องซ้อมถอนสายบัว อยู่จนแล้วจนเล่า จึงเป็นการเกลียด เมื่อแรกพบ มากกว่า รักเมื่อแรกพบ 

 

ข้าพเจ้าไม่ทราบมาก่อนว่า พระองค์ท่าน ทรงรักข้าพเจ้า เพราะเวลานั้น อายุเพิ่งย่าง ๑๕ ปี ตั้งใจไว้ว่า จะเป็นนักเปียโน เป็นนักเปียโนที่ แสดงในงานคอนเสิร์ต ตอนพระองค์ท่าน ประทับที่โรงพยาบาล หลังประสบอุบัติเหตุ ทางรถยนต์ มีพระอาการหนักมาก ตำรวจเขาโทรศัพท์ ไปกราบบังคมทูล สมเด็จพระราชชนนี 

 

พระองค์ท่าน รีบเสด็จไปทันที แต่แทนที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะมี พระราชปฏิสันถาร กับ พระองค์ ท่านกลับทรง หยิบรูปข้าพเจ้า ออกมาจากกระเป๋า โดยที่ข้าพเจ้า ไม่เคยทราบ มาก่อนเลยว่า พระองค์ทรง มีรูปของข้าพเจ้าอยู่แล้ว พระองค์ก็ตรัส ให้นำ ตัวข้าพเจ้าเข้าเฝ้า พระองค์ ทรงรักข้าพเจ้า ตอนนั้น ข้าพเจ้า คิดถึงแต่เรื่องที่ จะอยู่กับคนที่ ข้าพเจ้ารักเท่านั้น ไม่ได้นึกไปไกลถึง หน้าที่ และ ภารกิจ ของพระราชินีเลย ..... ฯลฯ 

 

 

เมื่อ พุทธศักราช ๒๔๙๒ ..... 

วันที่ ๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๙๒ รัฐบาลได้แถลงต่อสภาฯ ว่า เมื่อต้นเดือนมกราคม นี้ แพทย์ได้ถอดผ้าปิดพระเนตรข้างขวาออก และ ได้ใช้ฉลองพระเนตรสีมัวๆ เพื่อให้ค่อยๆ ชินขึ้นเป็นลำดับ ต่อมาในปลายเดือนจึงใช้ฉลองพระเนตรปกติ ทอดพระเนตรเห็นชัดขึ้น ทรงเล่นดนตรีได้พอสมควร เวลาอากาศดีๆ เสด็จประพาสโดยรถยนต์ หรือ ดำเนินเล่นช้าๆ ได้ ระวังไม่ให้ออกพระกำลังมากเกินไป พระอาการประชวรที่พระเนตร เนิ่นนานมาจนถึงต้นเดือนตุลาคม จึงมีข่าวยืนยันว่า พระเนตรที่มีพระประชวรหายแล้ว และ ทอดพระเนตรได้ทั้งสองข้างด้วย 

ข่าวเกี่ยวกับ พระอาการพระประชวรของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ดีขึ้นเรื่อยจนเป็นปกติ ยังความชื่นชมโสมนัส แก่พสกนิกรเป็นที่ยิ่ง และ โดยเฉพาะพระธิดาของท่านทูตนั้น เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงประสบอุบัติเหตุ และ มีอาการรู้สึกพระองค์แล้ว ได้มีพระราชกระแสรับสั่ง ให้โทรเลขขออนุญาต ม.จ.นักขัตรมงคล กิติยากร ให้ส่ง ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร เข้าเฝ้าถวายการอภิบาลรักษา ณ พระตำหนักวิลล่าวัฒนา เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ม.ล.บัว กิติยากร ผู้เป็นพระชนนี ได้นำธิดาทั้งสองเข้าเฝ้า แล้วถวายบังคมกลับกรุงลอนดอน โดยให้ ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร ประทับอยู่กับสมเด็จพระราชชนนี ที่เมืองโลซานน์ และ ได้ศึกษาต่อที่นั่น นอกจากถวายการอภิบาลรักษาแล้ว เป็นที่ทราบกันว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพอพระราชหฤทัยในฝีมือเปียโนของ ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร และ ทรงฟังอยู่เสมอๆ หลังจาก เฝ้าถวายอภิบาลจน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มีพระอาการทั่วไปคืนสู่ปกติแล้ว ม.ร.ว.สิริกิติ์ ได้กราบถวายบังคมลา กลับไปพำนักกับพระบิดา ที่ประเทศอังกฤษ 

 

 

เมื่อ พุทธศักราช ๒๔๙๓ ..... 

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการ พระราชพิธีถวายพระเพลิง พระบรมศพ พระบาทสมเด็จ พระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ในเดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๔๙๓ 

ต่อมา ในวันที่ ๒๘ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๙๓ ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้จัดการ พระราชพิธีราชาภิเษกสมรส กับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ณ พระตำหนัก สมเด็จพระศรีสวริน ทราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยิกาเจ้า ในวังสระปทุม ซึ่งในการ พระราชพิธีราชาภิเษกสมรส นี้ มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้สถาปนา หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ขึ้นเป็น สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์

 

คู่พระบารมีในหลวงภูมิพล 

ในครั้งที่ในหลวงภูมิพล ท่านได้ทรงเสด็จไปยังปารีส ท่านก็ได้ทรงโทรศัพท์ถึงสมเด็จพระราชชนนี เพื่อทูลว่าได้เสด็จฯถึงปารีสแล้ว 

สมเด็จพระราชชนนีท่านก็ทรงถามถึงธิดาของหม่อมเจ้านักขัตรมงคลว่า "สวยน่ารักไหม"  

ในหลวงภูมิพลท่านก็ทรงทูลตอบทันทีว่า “เห็นแล้ว น่ารักมาก” 

ในขณะนั้นไม่มีผู้ใดทราบถึงความในพระราชหฤทัยของท่าน จนเกิดเหตุที่ไม่คาดฝันขึ้น คือวันหนึ่งในเดือนตุลาคม ปี ๒๔๙๑ ในหลวงภูมิพลท่านทรงขับรถพระที่นั่งออกจากเมืองโลซานน์เพื่อไปยังปารีส ได้ทรงประสบอุบัติเหตุรถยนต์พระที่นั่งชนขับรถบรรทุก ได้รับบาดเจ็บพระอาการค่อนข้างสาหัส

ในระหว่างที่ในหลวงภูมิพลท่านทรงประชวร ทางคณะผู้แทนรัฐบาลก็ได้ไปเข้าเฝ้าฯเพื่อเยี่ยมพระอาการ เมื่อพระองค์ท่านทรงทราบว่าในคณะที่มา มีหม่อมเจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ จักรพันธุ์ ท่านก็ได้ทรงมีกระแสรับสั่งให้หม่อมเจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ จักรพันธุ์ เข้าเฝ้าฯเป็นการพิเศษโดยเฉพาะ 

พระองค์ก็ได้มีพระราชกระแสรับสั่งว่า “พระองค์ได้ทรงรักหม่อมราชวงศ์ สิริกิติ์ กิติยากร อย่างแน่นอน” 

เหตุผลเพราะว่า “เมื่อทรงฟื้นคืนพระสติครั้งแรกนั้น ก็ทรงระลึกถึงบุคลเพียงสองคนคือ สมเด็จพระราชชนนี และ หม่อมราชวงศ์ สิริกิติ์” ซึ่งแสดงถึงความจริงที่สถิตอยู่ในพระราชหฤทัย  

 

 

ส่วนความในพระราชหฤทัยของพระราชินีเอง พระองค์ท่านก็เคยเล่าไว้ว่า “....ตอนที่ในหลวงภูมิพลท่านประทับอยู่ที่โรงพยาบาลหลังที่ประสบอุบัติเหตุ ซึ่งพระอาการค่อนข้างหนัก ทางตำรวจเค้าก็ได้โทรศัพท์มากราบบังคับทูลสมเด็จพระราชชนนี สมเด็จพระราชชนนี ท่านก็ทรงรีบเสด็จไปยังโรงพยาบาลทันที....แต่แทนที่ในหลวงภูมิพลท่านจะทรงมีพระราชปฎิสันถารกับสมเด็จพระราชชนนี ท่านกลับทรงหยิบรูปของพระองค์ออกมาจากกระเป๋า โดยที่พระองค์เองก็ไม่เคยทราบมาก่อนว่าในหลวงภูมิพลท่านจะทรงมีรูปของพระองค์อยู่...”  

จากนั้นในหลวงภูมิพลท่านก็ได้ทรงตรัสให้นำตัวพระองค์เข้าเฝ้าฯ และ “ในหลวงภูมิพลท่านก็ได้ทรงบอกรักในตอนนั้น”   

หลังจากที่ในหลวงภูมิพลท่านได้ทรงขออนุญาตหม่อมเจ้านักขัตรมงคล บิดาของหม่อมราชวงศ์ สิริกิติ์  เพื่อขอให้มาเฝ้าถวายการดูแลพระอาการเป็นกรณีพิเศษ โดยให้อยู่ในความดูแลของสมเด็จพระราชชนนี ก็ได้ทำให้ความสัมพันธ์ที่มีมาตั้งแต่เดิม ก็กระชับแน่นยิ่งขึ้นจนกลายเป็นความรัก 

ต่อมาภายหลัง หม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร ก็ทรงย้ายไปดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทย ณ.กรุงลอนดอน ทำให้ในหลวงภูมิพลท่านต้องทรงเดินทางกว่า ๖๐๐ กิโล กว่าที่จะได้ทรงพบกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ในแต่ละครั้ง 

จนในวันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๙๒ ในงานฉลองวันคล้ายวันเกิดครบ ๑๗ ปี ของหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ณ.สถานทูตไทยในกรุงลอนดอน “ในหลวงภูมิพลท่านทรงได้พระราชทานแหวน(ซึ่งเป็นวงเดียวกับที่สมเด็จพระบรมราชชนก เคยประทานให้แก่สมเด็จพระบรมราชชนนีในครั้งอดีต)ให้แก่หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์” 

และได้มีพระราชกระแสรับสั่งในขณะที่ทรงมอบว่า “สิ่งนี้เป็นของสำคัญยิ่งและเป็นที่ระลึกด้วย” 

 

 

clip : SiamUpdates

 

บทความแนะนำ : ภาพหาชมได้ยาก ทะเบียนสมรสของพ่อหลวง-พระราชินี

พระราชาของฉัน ผู้ไม่เคยถือตัว

โดย : Chang noye
อัพเดท : 18-10-59, 15:53 น.
ที่มา :

FB : ArOoy Kw


ทั่วไปล่าสุด
ดูข่าวทั่วไปทั้งหมด
นโยบายการใช้งาน
Copyright © 2015 KhanPak.com. All Rights Reserved.
ติดต่อเรา : 02-8779346, 086-3788812 (จ.-ส. เวลา 8.30-17.30)