สธ.สั่งห้ามนำเข้า บุหรี่ไฟฟ้า ชี้อันตรายสูง

 




          รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข สั่งสำนักงานสาธารณสุขแนวชายแดนสกัดการนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า ชี้เป็นภัยอันตรายเนื่องจากมีนิโคตินซึ่งเป็นสารเสพติดที่มีฤทธิ์สูงเท่า เฮโรอีนและโคเคน เสี่ยงหัวใจวายสูงกว่าคนทั่วไป 3 เท่าตัว ชี้ผู้ลักลอบนำเข้ามีความผิดตามกฎหมาย 3 ฉบับ มีโทษจำคุก 5–10 ปี และปรับหลายหมื่นบาท พร้อมประสานงานกรมศุลกากรคุมเข้มด่านชานแดนทั่วประเทศ หากพบการลักลอบดำเนินการตามกฎหมายทันที

         จาก กรณีที่มีวัยรุ่นที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเรียนมัธยมศึกษาบางกลุ่มนำบุหรี่ไฟฟ้ามาสูบ เป็นที่แพร่หลายในกลุ่มวัยรุ่น โดยเด็กสั่งซื้อมาจากอินเตอร์เน็ตในราคามวนละ 2,500 บาท ขายเป็นชุด มีบุหรี่ 1 ตัว และน้ำยาที่ระบุนิโคตินสกัด 1 ขวด และมีหลายกลิ่น เช่นกลิ่นวานิลลา ช็อคโกแล็ต กลิ่นมินต์ กลิ่นผลไม้รวม พร้อมกล่อง สายชาร์จแบตเตอรี่ โดยก่อนสูบบุหรี่จะต้องชาร์จแบ็ตให้เต็ม แล้วนำตัวบุหรี่มาถอด แล้วหยดน้ำยานิโคตินเข้าไป 2-3 หยด จากนั้นนำบุหรี่มาประกอบ เวลาสูบจะมีไฟคล้ายการจุดบุหรี่จริงๆ ปลายบุหรี่มีสีทั้งแดง ส้ม น้ำเงิน แต่ไม่มีความร้อน เมื่อสูบจะมีควันออกมาจากก้นกรองจริงๆ มีกลิ่นหอม

         เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าววันนี้ นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า บุหรี่ไฟฟ้าหรืออี ซิกาแร็ต (E cigarette) นี้ เป็นสินค้าเลียนแบบบุหรี่ ที่ผู้จำหน่ายโฆษณาว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเลิกสูบบุหรี่ แต่พบว่าปริมาณนิโคติน (Nicotine) สูงกว่าบุหรี่ทั่วไปหลายเท่า นับเป็นภัยตัวใหม่ จึงมีผลเสียต่อผู้ที่สูบ หากสูบบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ 1 มวนจะเท่ากับสูบบุหรี่ทั่วไปถึง 15 มวน แม้ว่าตัวน้ำยานิโคตินจะมีการปรุงแต่งกลิ่นให้หอมเช่นกลิ่นช็อคโกแล็ต กลิ่นผลไม้รวมก็ตาม แต่พิษภัยยังคงมีเหมือนเดิม หากนำไปใช้โดยปราศจากการดูแลของแพทย์ จะเป็นอันตรายต่อหัวใจและหลอดเลือดได้ หลายประเทศได้สั่งห้ามการใช้สินค้านี้แล้ว เช่น รัฐวิคตอเรียของออสเตรเลีย บราซิล อิสราเอล จอร์แดน ตุรกี เนื่องจากบุหรี่ไฟฟ้าดังกล่าวยังไม่มีผลการวิจัยรองรับว่าช่วยเลิกบุหรี่ได้ จริง

         กระทรวงสาธารณสุข ได้มีมาตรการห้ามนำบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาจำหน่ายในประเทศ โดยใช้กฎหมาย 3 ฉบับ ได้แก่

         ฉบับที่ 1 พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2535 มาตรา 10 เรื่องห้ามผลิต นำเข้า เพื่อขายหรือเพื่อจ่ายแจกเป็นการทั่วไป หรือโฆษณาสินค้าอื่นใด ที่มีรูปลักษณะที่ทำให้เข้าใจได้ว่าเป็นสิ่งเลียนแบบผลิตภัณฑ์ยาสูบ ประเภทบุหรี่ซิการ์แรต หรือบุหรี่ซิการ์ มีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท

         ฉบับที่ 2 พระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 มาตรา 12 ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต ขายหรือนำ หรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งยาแผนปัจจุบัน เว้นได้แต่ได้รับอนุญาต ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีและปรับไม่เกิน 10,000 บาท และมาตรา 72 ห้ามมิให้ผู้ใดผลิตขาย หรือนำเข้า หรือสั่งนำเข้ายาที่มิได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา มาในราชอาณาจักร ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีและปรับไม่เกิน 20,000 บาท

         ฉบับที่ 3 ได้แก่พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 ผู้ใดนำหรือพาของที่ยังมิได้เสียค่าภาษีหรือของต้องจำกัดหรือของต้องห้าม หรือที่ยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้องเข้ามาในราชอาณาจักรสยาม ความผิดครั้งหนึ่งจะมีโทษปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคาของ ซึ่งได้รวมค่าอากรขาเข้าด้วยแล้ว หรือจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือทั้งปรับทั้งจำ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขจะทำหนังสือถึงกรมศุลกากร เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบบุหรี่ไฟฟ้า ตามด่านชายแดนทั่วประเทศ

         ทั้งนี้ การปล่อยให้มีการใช้บุหรี่ไฟฟ้า จะเกิดผลเสียหลายประการ อย่างแรกคือ ทำให้เด็ก เยาวชน และประชาชนสูบบุหรี่มากขึ้น เพราะเข้าใจผิดว่าเป็นบุหรี่ที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ 2. ทำให้ผู้ที่เลิกสูบบุหรี่แล้วหันมาสูบมากขึ้น เนื่องจากกลิ่นไม่เหม็นรบกวนผู้อื่น และเป็นผลจากการติดนิโคตินอย่างแรง 3. สารนิโคตินเป็นสารเสพติดที่มีฤทธิ์เสพติดสูง เท่ากับเฮโรอีนและโคเคน เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ4.บุหรี่ไฟฟ้าทำให้ไม่สามารถควบคุมปริมาณสารนิโคตินได้ แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ช่วยเลิกบุหรี่ทางการแพทย์อื่นๆ เช่น แผ่นแปะและหมากฝรั่งนิโคติน ที่มีปริมาณนิโคตินแน่นอน และใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นางพรรณสิริกล่าว

         ด้านนายแพทย์ชูฤทธิ์ เต็งไตรสรณ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานควบคุมบริโภคยาสูบ กรมควบคุมโรค กล่าวว่า บุหรี่ไฟฟ้านี้ กระทรวงสาธารณสุขได้จับตามาตั้งแต่ปี 2551 โดยบริษัทผลิตบุหรี่แห่งหนึ่งได้ผลิตบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ ที่ไม่มีใบยาสูบแต่มีสารนิโคตินและสารเคมีโพรไพลีนไกลคอลที่มีลักษณะคล้าย ควันบุหรี่ โดยจะบรรจุในรูปแท่ง ควบคุมโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ขนาดจิ๋ว และเทคโนโลยีอะตอม โดยใช้แบตเตอรี่สำหรับอัดไฟไว้ในเครื่องเพื่อใช้งานเมื่อเจ้าของต้องการสูบ

         โดยบุหรี่ดังกล่าวได้แพร่หลายไปทั่วโลกแล้ว และเตรียมนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย จากข้อมูลของบุหรี่ดังกล่าวระบุว่าบรรจุนิโคตินแท่งละ 18 มิลลิกรัม ขณะที่บุหรี่ทั่วไป 1 มวนจะมีนิโคติน 1.2 มิลลิกรัม ซึ่งนิโคตินเป็นสารเสพติดที่มีฤทธิ์สูงเท่าเฮโรอีนและโคเคน การสูดสารนิโคตินแต่ละครั้ง ร่างกายจะได้รับนิโคตินประมาณ 50 ไมโครกรัม ซึ่งสารนี้มีพิษร้ายแรงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด ในขณะสูบบุหรี่ ระดับนิโคตินในเลือดจะเพิ่มสูงถึง 25-50 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตร เสี่ยงต่อโรคหัวใจขาดเลือดเพิ่มมากขึ้นถึง 3 เท่าตัวทั้งผู้ชายและผู้หญิง

 

 

 

สธ.สั่งห้ามนำเข้า บุหรี่ไฟฟ้า ชี้อันตรายสูง


         สธ.สั่งสกัดกั้นการนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า ชี้อันตรายสูง เสี่ยงหัวใจวาย ประสานงานศุลกากรคุมเข้มตามด่านชายแดน ฝ่าฝืนมีโทษติดคุกหัวโต

          รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข สั่งสำนักงานสาธารณสุขแนวชายแดนสกัดการนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า ชี้เป็นภัยอันตรายเนื่องจากมีนิโคตินซึ่งเป็นสารเสพติดที่มีฤทธิ์สูงเท่า เฮโรอีนและโคเคน เสี่ยงหัวใจวายสูงกว่าคนทั่วไป 3 เท่าตัว ชี้ผู้ลักลอบนำเข้ามีความผิดตามกฎหมาย 3 ฉบับ มีโทษจำคุก 5–10 ปี และปรับหลายหมื่นบาท พร้อมประสานงานกรมศุลกากรคุมเข้มด่านชานแดนทั่วประเทศ หากพบการลักลอบดำเนินการตามกฎหมายทันที

         จาก กรณีที่มีวัยรุ่นที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเรียนมัธยมศึกษาบางกลุ่มนำบุหรี่ไฟฟ้ามาสูบ เป็นที่แพร่หลายในกลุ่มวัยรุ่น โดยเด็กสั่งซื้อมาจากอินเตอร์เน็ตในราคามวนละ 2,500 บาท ขายเป็นชุด มีบุหรี่ 1 ตัว และน้ำยาที่ระบุนิโคตินสกัด 1 ขวด และมีหลายกลิ่น เช่นกลิ่นวานิลลา ช็อคโกแล็ต กลิ่นมินต์ กลิ่นผลไม้รวม พร้อมกล่อง สายชาร์จแบตเตอรี่ โดยก่อนสูบบุหรี่จะต้องชาร์จแบ็ตให้เต็ม แล้วนำตัวบุหรี่มาถอด แล้วหยดน้ำยานิโคตินเข้าไป 2-3 หยด จากนั้นนำบุหรี่มาประกอบ เวลาสูบจะมีไฟคล้ายการจุดบุหรี่จริงๆ ปลายบุหรี่มีสีทั้งแดง ส้ม น้ำเงิน แต่ไม่มีความร้อน เมื่อสูบจะมีควันออกมาจากก้นกรองจริงๆ มีกลิ่นหอม

         เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าววันนี้ นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า บุหรี่ไฟฟ้าหรืออี ซิกาแร็ต (E cigarette) นี้ เป็นสินค้าเลียนแบบบุหรี่ ที่ผู้จำหน่ายโฆษณาว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเลิกสูบบุหรี่ แต่พบว่าปริมาณนิโคติน (Nicotine) สูงกว่าบุหรี่ทั่วไปหลายเท่า นับเป็นภัยตัวใหม่ จึงมีผลเสียต่อผู้ที่สูบ หากสูบบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ 1 มวนจะเท่ากับสูบบุหรี่ทั่วไปถึง 15 มวน แม้ว่าตัวน้ำยานิโคตินจะมีการปรุงแต่งกลิ่นให้หอมเช่นกลิ่นช็อคโกแล็ต กลิ่นผลไม้รวมก็ตาม แต่พิษภัยยังคงมีเหมือนเดิม หากนำไปใช้โดยปราศจากการดูแลของแพทย์ จะเป็นอันตรายต่อหัวใจและหลอดเลือดได้ หลายประเทศได้สั่งห้ามการใช้สินค้านี้แล้ว เช่น รัฐวิคตอเรียของออสเตรเลีย บราซิล อิสราเอล จอร์แดน ตุรกี เนื่องจากบุหรี่ไฟฟ้าดังกล่าวยังไม่มีผลการวิจัยรองรับว่าช่วยเลิกบุหรี่ได้ จริง

         กระทรวงสาธารณสุข ได้มีมาตรการห้ามนำบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาจำหน่ายในประเทศ โดยใช้กฎหมาย 3 ฉบับ ได้แก่

         ฉบับที่ 1 พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2535 มาตรา 10 เรื่องห้ามผลิต นำเข้า เพื่อขายหรือเพื่อจ่ายแจกเป็นการทั่วไป หรือโฆษณาสินค้าอื่นใด ที่มีรูปลักษณะที่ทำให้เข้าใจได้ว่าเป็นสิ่งเลียนแบบผลิตภัณฑ์ยาสูบ ประเภทบุหรี่ซิการ์แรต หรือบุหรี่ซิการ์ มีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท

         ฉบับที่ 2 พระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 มาตรา 12 ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต ขายหรือนำ หรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งยาแผนปัจจุบัน เว้นได้แต่ได้รับอนุญาต ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีและปรับไม่เกิน 10,000 บาท และมาตรา 72 ห้ามมิให้ผู้ใดผลิตขาย หรือนำเข้า หรือสั่งนำเข้ายาที่มิได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา มาในราชอาณาจักร ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีและปรับไม่เกิน 20,000 บาท

         ฉบับที่ 3 ได้แก่พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 ผู้ใดนำหรือพาของที่ยังมิได้เสียค่าภาษีหรือของต้องจำกัดหรือของต้องห้าม หรือที่ยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้องเข้ามาในราชอาณาจักรสยาม ความผิดครั้งหนึ่งจะมีโทษปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคาของ ซึ่งได้รวมค่าอากรขาเข้าด้วยแล้ว หรือจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือทั้งปรับทั้งจำ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขจะทำหนังสือถึงกรมศุลกากร เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบบุหรี่ไฟฟ้า ตามด่านชายแดนทั่วประเทศ

         ทั้งนี้ การปล่อยให้มีการใช้บุหรี่ไฟฟ้า จะเกิดผลเสียหลายประการ อย่างแรกคือ ทำให้เด็ก เยาวชน และประชาชนสูบบุหรี่มากขึ้น เพราะเข้าใจผิดว่าเป็นบุหรี่ที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ 2. ทำให้ผู้ที่เลิกสูบบุหรี่แล้วหันมาสูบมากขึ้น เนื่องจากกลิ่นไม่เหม็นรบกวนผู้อื่น และเป็นผลจากการติดนิโคตินอย่างแรง 3. สารนิโคตินเป็นสารเสพติดที่มีฤทธิ์เสพติดสูง เท่ากับเฮโรอีนและโคเคน เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ4.บุหรี่ไฟฟ้าทำให้ไม่สามารถควบคุมปริมาณสารนิโคตินได้ แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ช่วยเลิกบุหรี่ทางการแพทย์อื่นๆ เช่น แผ่นแปะและหมากฝรั่งนิโคติน ที่มีปริมาณนิโคตินแน่นอน และใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นางพรรณสิริกล่าว

         ด้านนายแพทย์ชูฤทธิ์ เต็งไตรสรณ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานควบคุมบริโภคยาสูบ กรมควบคุมโรค กล่าวว่า บุหรี่ไฟฟ้านี้ กระทรวงสาธารณสุขได้จับตามาตั้งแต่ปี 2551 โดยบริษัทผลิตบุหรี่แห่งหนึ่งได้ผลิตบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ ที่ไม่มีใบยาสูบแต่มีสารนิโคตินและสารเคมีโพรไพลีนไกลคอลที่มีลักษณะคล้าย ควันบุหรี่ โดยจะบรรจุในรูปแท่ง ควบคุมโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ขนาดจิ๋ว และเทคโนโลยีอะตอม โดยใช้แบตเตอรี่สำหรับอัดไฟไว้ในเครื่องเพื่อใช้งานเมื่อเจ้าของต้องการสูบ

         โดยบุหรี่ดังกล่าวได้แพร่หลายไปทั่วโลกแล้ว และเตรียมนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย จากข้อมูลของบุหรี่ดังกล่าวระบุว่าบรรจุนิโคตินแท่งละ 18 มิลลิกรัม ขณะที่บุหรี่ทั่วไป 1 มวนจะมีนิโคติน 1.2 มิลลิกรัม ซึ่งนิโคตินเป็นสารเสพติดที่มีฤทธิ์สูงเท่าเฮโรอีนและโคเคน การสูดสารนิโคตินแต่ละครั้ง ร่างกายจะได้รับนิโคตินประมาณ 50 ไมโครกรัม ซึ่งสารนี้มีพิษร้ายแรงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด ในขณะสูบบุหรี่ ระดับนิโคตินในเลือดจะเพิ่มสูงถึง 25-50 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตร เสี่ยงต่อโรคหัวใจขาดเลือดเพิ่มมากขึ้นถึง 3 เท่าตัวทั้งผู้ชายและผู้หญิง
โดย : ultraman
อัพเดท : 14-01-54, 15:03 น.
ที่มา :

ความคิดเห็นทั้งหมด
ขี้ยา
ความคิดเห็นที่ 12

รัฐกล้าทำวิจัยไหมล่ะ  ระหว่างบุหรี่จริง กับ บุหรี่ไฟฟ้า อันไหนอัตรายกว่ากัน
กล้าไหม กล้าไหม  กล้าไหม จ๊ะ  

IP: 223206209xxx
ขี้ยา
ความคิดเห็นที่ 11

สูบมา 20 ปี เลิกได้เพราะบุหรี่ก็ไฟฟ้านี้แหละ ผมว่ารัฐเห็นแก้ได้ไปหน่อยนะ กลัวเก็บภาษีไม้เข้าเป้าใช้ไหมหล่ะ เพราะมันเป็นเรื่องจริง  ทุกวันนี้คุณเก็บภาษีผมไม่ได้แล้วเพราะผมเลิกแล้ว ถ้ามีคนใช้แล้วเลิกได้อย่างผม 1 ล้านคนคุณคงเก็บภาษีไม่ได้เท่าไรล่ะ คิดง่ายๆ ผมสูบวันล่ะซอง ภาษีคุณได้ผมไปแล้ว (ภาษีบุหรี่ร้อยละ 79) คุณได้เงินภาษีผมไปปีล่ะ 4 พันกว่า ถ้าคนเลิกได้ 1 ล้านคน เงินคุณหายไป  4,000 ล้าน........ย้ำ 4,000 ล้าน  

    

IP: 223206209xxx
เรื่องจริง
ความคิดเห็นที่ 10
กรุณาอ่านเรียงย้อนขึ้นมาตั้งแต่ 1-9 ครับ
IP: 588114xxx
เรื่องจริง
ความคิดเห็นที่ 9
หลังจากลองทุกวิถีทางมาเป็นสิบๆปีมันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ผมเลิกสูบบุหรี่ได้จริงๆ แล้วคุณยังจะพรากมันไปจากผมด้วยความเข้าใจผิดๆของคุณคนเดียวโดยไม่คิดจะหาข้อมูลเพิ่มเติมและไม่ยอมรับฟังอะไรเลย คุณกำลังจะทำให้คนที่เลิกบุหรี่ได้แล้วหลายพันคนต้องกลับมาสูบใหม่
IP: 588114xxx
เรื่องจริง
ความคิดเห็นที่ 8
ผมใช้บุหรี่ไฟฟ้ามาปีกว่าแล้ว เลิกบุหรี่จริงได้ตั้งแต่3วันแรกที่ใช้ ปัจจุบันลดระดับนิโคตินลงจนถึงระดับNonแล้ว คือไม่มีนิโคตินเลย ทุกวันนี้ร่างกายกลับมาแข็งแรงหายใจสะดวกเหมือนเดิมแล้ว
IP: 588114xxx
เรื่องจริง
ความคิดเห็นที่ 7
บุหรี่ไฟฟ้ามีผลการทดลองมากมายครับถ้าคุณคิดจะเปิดใจรับฟัง โลกเรามีอยู่กี่ร้อยประเทศครับ แล้วบางประเทศที่กลัวเสียรายได้จากการค้ายาสูบแค่3-5ประเทศเท่านั้นที่ห้ามนำเข้าก็เอามาเป็นบรรทัดฐานของประเทศเราซะแล้ว กลัวโรงงานยาสูบขาดรายได้หรือไงครับ จะเก็บเอารายได้ส่วนนี้ไว้ซื้อGT200เหรอ
IP: 588114xxx
เรื่องจริง
ความคิดเห็นที่ 6
บุหรี่ไฟฟ้าแท่งละ 2500-4500 เยาวชนกี่คนที่มันจะสามารถซื้อมาทดลองได้ เทียบกับบุหรี่จริงตัวละ3บาท อันไหนที่เยาวชนสามารถมีกำลังซื้อได้มากกว่ากัน
IP: 588114xxx
เรื่องจริง
ความคิดเห็นที่ 5
บุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้มีนิโคตินแค่ระดับ18มิลิกรัมอย่างเดียวเท่านั้น 18เป็นระดับสูงสุด ต่ำลงมาคือ 11 และ 6 และ 0 มิลลิกรัม คนที่ไม่ได้ติดนิโคตินแต่ติดในพฤติกรรมการสูบ สามารถสูบในระดับ 0มิลลิกรัม ได้โดยไม่มีอันตรายใดๆทั้งสิ้น เวลาเครียดก็ได้ผ่อนคลายเหมือนกันแต่ไม่เป็นอันตราย มันไม่ดีกว่าบุหรี่จริงตรงไหน?
IP: 588114xxx
เรื่องจริง
ความคิดเห็นที่ 4
ลองทุกวิธีแล้ว โดยเฉพาะไอ้แผ่นแปะนิโคติน กับหมากฝรั่งนิโคติน มันห่วยมากช่วยอะไรแทบไม่ได้เลย เพราะคนเรามันไม่ได้ติดแค่นิโคติน แต่มันติดที่พฤติกรรม บุหรี่ไฟฟ้าถึงเป็นทางเลือกที่เห็นผลได้จริงกว่า
IP: 588114xxx
เรื่องจริง
ความคิดเห็นที่ 3
ถามจริงๆเคยสูบบุหรีหรือเปล่า รู้ไหมเวลาอยากเลิกสูบน่ะมันทำไม่ได้ คนไม่ได้สูบไม่ได้ติดก็พูดได้ว่ามันอยู่ที่ใจ ถ้าทุกคนทำใจเลิกได้ทุกวันนี้มันจะมีคนติดบุหรี่เหรอ เพราะมันเลิกไม่ได้จริงๆขอให้เข้าใจกันหน่อย มีใครบ้างอยากติดบุหรี่ มันไม่มีหรอก แต่มันติดไปแล้วมันเลิกไม่ได้
IP: 588114xxx
เรื่องจริง
ความคิดเห็นที่ 2
ถ้าหนึ่งวันคุณสูบบุหรีจริง1ซอง คุณได้รับนิโคติน24มิลลิกรัม แต่บุหรี่ไฟฟ้าคุณจะได้นิโคติดเพียง18มิลลิกรัม เร่ิมตาส่วางหรือยังครับ หรือยังคิดจะปิดหูปิดตาไม่รับฟังอะไรและพูดไปเรื่อยๆตามความรู้น้อยๆเหมือนเดิมอีก
IP: 588114xxx
เรื่องจริง
ความคิดเห็นที่ 1
คนขายข่าวก็เขียนให้OVERไว้ก่อน คนให้ข่าวก็ไม่เคยใช้ ไม่เคยศึกษาข้อมูล ไม่เคยสอบถามผู้ทดลองใช้ แค่รู้จักงูๆปลาๆก็เอาไปพูดซะเหมือนเป็นผู้เชี่ยวชาญ บุหรี่ไฟฟ้า1ตัวมีนิโคติน 18 มิลิกรัมจริง แต่การจะสูบให้หมด1ตัวต้องใช้เวลาทั้งวัน ไม่ใช่สูบครั้งเดียวหมดเหมือนบุหรี่จริง ถ้าหนึ่งวันคุณสูบบุหรีจริง1ซอง ค
IP: 588114xxx
สาธารณสุขล่าสุด
ดูข่าวสาธารณสุขทั้งหมด
นโยบายการใช้งาน
Copyright © 2015 KhanPak.com. All Rights Reserved.
ติดต่อเรา : 02-8779346, 086-3788812 (จ.-ส. เวลา 8.30-17.30)