เลี่ยงด่วน 10 วิธี ทำให้ผมเสีย

เว็บไซต์คันปาก โดนใจทุกคลิก

เลี่ยงด่วน 10 วิธี ทำให้ผมเสีย

การมี สุขภาพผมที่ดี เงางาม สลวยสวยเก๋ ทำให้บุคลิกภาพ และหน้าตาคุณดูดีขึ้นมาได้ เพราะผมเป็นส่วนหนึ่งของความงามในตัวผู้หญิง

เราลองมาดูกันว่า วิธีอะไรบ้างที่คุณควรเลี่ยงเลี่ยงในการบั่นทอนและทรมานเส้นผมให้ดูย่ำแย่ จนแทบอยากจะโกนหัวทิ้ง!

1. ใช้แปรงสกปรกโสโครกหวีผม
      
การทำความสะอาดแปรงเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย เพราะแปรงผมเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรค และสารตกค้างอันเก่าเก็บ
      
เมื่อเรานำมาแปรงผมอันสวยของเราเข้า สิ่งสกปรกที่ตกอยู่ตามหวีตามแปรงก็จะกลับเข้าสู่เส้นผมและหนังศีรษะของเราก่อให้เกิดการหมักหมม และที่สิงสถิตของเชื้อโรคเชื้อราสารพัด
      
มีคำแนะนำที่เวิร์คมากโดยใช้โซดาผสมกับน้ำเปล่า จากนั้นนำแปรงผมมาขัดถู ล้างให้สะอาด
แช่ประมาณ 3 นาที โซดาจะช่วยขจัดน้ำมันที่ตกค้าง และสิ่งสกปรกในแปรงจัดแต่งผมได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

2. หนังยางรัดถุงมัดผม
      
ใช้ยางหนังสติ๊กรัดผมหรือยางที่สำหรับรัดปากถุง จะทำให้ผมอ่อนแอและแตกปลายได้ เลือกใช้ที่ยางรัดผมที่หุ้มด้วยผ้าจะดีกว่า
      
ทว่าการรัดผมบริเวณเดิมทุกวัน ปัญหานี้ถ้าหากไม่สังเกตก็คงไม่มีใครรู้ค่ะ แต่ถ้าหากสังเกตดูจะรู้ว่า ถ้าเรารัดผมบริเวณเดิมทุกวันแล้ว เส้นผมในบริเวณนั้นจะแตกและขาดอย่างช่วยไม่ได้ ยิ่งถ้าหากสาวๆ ใช้ยางรัดผมที่มีเนื้อหยาบ กินผมแล้วล่ะก็ แทบจะไม่ทันข้ามวันเลยล่ะ

3. หวีผมขณะเปียก
      
การหวีผมขณะผมเปียกตั้งแต่รากจรดปลายผม แน่นอนว่าการหวีผมเวลาผมเปียกนั้นเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายกว่าหวีขณะที่ผมแห้ง แต่รู้ไหมว่าเวลาผมเปียกนี่แหละ ที่ผมจะอ่อนแอ ขาดหลุดร่วงได้ง่ายมาก ดังนั้นทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงชโลมเย็นเป่าผมให้แห้งหน่อยแล้วค่อยๆ หวีจะดีกว่าเยอะเลย
      
ควรหาหวีซี่ห่างมาแปรงผม และไม่ควรใช้ผ้าขนหนูแห้ง หยาบกระด้างมาเช็ดผม เพราะจะทำให้เส้นผมของคุณแตกปลายได้

   
4. เป่าผมด้วยความร้อน
      
จุดสำคัญของการมีผมสุขภาพดี อยู่ตรงนี้ค่ะหลายคนรีบร้อน อยากให้ผมแห้งไวๆจะได้ไปทำอย่างอื่นต่อ เลยใช้ไดร์ เปิดความร้อนสูงๆ เป่าตั้งแต่หัวเปียกจนแห้งสนิทสิ่งนี้แหละค่ะ ตัวการผมเสียเลยการที่ผมเราต้องถูกความร้อนสูงมากๆอยู่บ่อยๆ ไม่ดีแน่นอนค่ะ ผมจะแห้งกรอบ ขาดร่วง
      
หากพอจะมีเวลา ไม่ได้รีบร้อนไปไหน แนะนำตามนี้ ใช้ผ้าขนหนู ขยำผม ซับผม จนผมหมาด จากนั้นใช้ "พัดลม" เปิดเบอร์แรงสุดไปเลย แล้วก้มหัวเป่าผมไปเอามือสางผมไปด้วยพลิกด้านซ้ายขวาบนล่าง เป่าจนแห้งไปเลยคุณจะรู้สึกว่าผมสุขภาพดีขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ ถ้าว่างก็สามารถใช้พัดลมจนผมแห้งสนิทเลยก็ได้ หรือถ้ารู้สึกว่ายังชื้นอยู่ ใช้ไดร์เปิดความร้อนเบาที่สุด ช่วยให้ผมแห้งสนิทอีกทีจ้า

5. ไม่หวีผมก่อนสระ
      
ก่อนอาบน้ำ สระผมให้คุณผู้หญิงใช้หวีซี่ห่างๆ มาหวีผม โดยหวีเบาๆ เพื่อให้ผมที่พันกันอยู่คลายตัว และเป็นการกรองสิ่งสกประที่ติดอยู่ที่ผมของคุณผู้หญิงออกไปด้วย
     
หวีผมก่อนสระ ก่อนจะเข้าห้องน้ำ สางผมโดยอย่าให้พันกันซักเส้น ต่อไป เงยหน้า เอาฝักบัวราดน้ำ ปล่อยให้น้ำไหลซึมจนทั่วผมเอง ไม่ต้องสาง ไม่ต้องขยี้นะ
      
จากนั้น บีบแชมพู ไม่มากไม่น้อย ลูบลงบนผม ค่อยๆ เอานิ้วสางผมขยำผมบนศีรษะเบาๆ จนเกิดฟอง คนผมยาวๆ ให้เอามือประกบกันแล้วถูผมเบาๆ บริเวณหนังศีรษะ ใช้ปลายนิ้วนวดๆ วนๆ ห้ามใช้เล็บเกาเด็ดขาด เพราะหนังศีรษะอาจอักเสบหลุดลอกได้

6. สระผมรอบเดียว
      
ทำไมต้องสระ 2 รอบล่ะ เพราะผมคนเราจะมีน้ำมัน และฝุ่นละออง รังแค สิ่งสกปรกต่างๆ จะเกาะติดอยู่ การสระครั้งแรกเป็นเพียงการล้างสิ่งเหล่านี้ออกเท่านั้น แต่แชมพูยังไม่บำรุงและทำความสะอาดผมเราได้อย่างเต็มที่
      
ดังนั้นการสระผมครั้งที่ 2 จึงเท่ากับว่าแชมพูได้ซึมซาบเข้าสู่เส้นผมได้อย่างที่ควรจะเป็นโดยไม่ผ่านการปิดกั้นของสิ่งสกปรก และน้ำมัน ฝุ่นละออง
      
จากนั้นล้างแชมพูออก ใช้ครีมนวดผม ถึงจะเป็นคนผมมันก็ต้องใช้นะคะ เพราะครีมนวดจะช่วยปิดเกล็ดผม คนที่ผมมัน ให้ใช้ปริมาณน้อยๆ นวดเสร็จแล้วก็ล้างออกเลยค่ะ ไม่จำเป็นต้องหมักทิ้งไว้

7. ทำสี ดัด ยืด บ่อยๆ
      
การดัดผมเป็นการทารุณกับเส้นผมเป็นอย่างมาก เพราะศัตรูตัวร้ายรองจากแสงแดด และการเป่าผมก็คือการปล่อยให้เส้นผมโดนสารเคมีแรงๆ จากน้ำยาดัดและยืดผม ซึ่งทำให้ผมเสียได้ง่ายๆ เหมือนกัน
      
ทำสี ควรเว้นระยะ 3 เดือนเป็นอย่างต่ำหรือรีบสุดๆจริงๆ ก็ไม่ควรต่ำกว่า 2 สัปดาห์ ดัด ยืด 3 เดือนเป็นอย่างต่ำเช่นกัน ดีที่สุดเลยคือเว้นซัก 6 เดือนไปเลย รีบสุดๆ จริงๆ ไม่ควรต่ำกว่า 1 เดือน
      
ถามว่าจะขอเร็วกว่านี้ได้มั้ย ได้ค่ะ แต่คุณต้องยอมรับสภาพผมนะ ว่ามันเสีย และเน่า ชี้ฟู แตกปลายสุดๆแน่นอนเมื่อทำแล้ว ต้องดูแลให้ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมเลยทีเดียว หากจะเอาลอนสีบลอนด์สวยเด้งภายใน 1 สัปดาห์ ผลที่ตามมา เสียชัวร์!

8. แปรงผมตั้งแต่โคน
      
หวีผมด้วยวิธีที่ถูกต้องคือ แบ่งผมเป็นส่วนๆ แล้วค่อยๆ หวีทีละส่วน โดยเริ่มหวีผมจากด้านในสุดมาด้านนอกสุด หวีอย่างเบามือ
      
เริ่มจากกลางศีรษะจนถึงปลายผม ไม่ใช่ตั้งแต่โคนไล่ลงมา เพราะการทำเช่นนั้นจะทำให้ผมพันกัน กรณีผมพันกันมากควรสางบริเวณปลายผมก่อนนะจ๊ะ
      
หนำซ้ำการแปรงผมบ่อยเกินไปจะไปดึงเส้นผม อาจทำให้หนังศีรษะถลอกเป็นแผลได้ และที่สำคัญควรแปรงผมอย่างเบามือ เลือกใช้แปรงที่ขนแปรงห่างกันมากๆ จะช่วยป้องกันเส้นผมพันกัน
      
แม้คุณจะมีผมเส้นเล็กขนาดไหน แต่ถ้าใช้หวีซี่ถี่ไปก็ยิ่งเสียดสีและทำร้ายผมได้อย่างง่ายดายเหลือเกิน ควรเปลี่ยนมาใช้หวีหรือแปรงซี่ห่างเพราะจะลดการเสียดสี แตกปลาย และขาดหลุดร่วงลงเยอะเลยล่ะ

9. ใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมมากไป
      
จะก่อให้เกิดการตกค้างของสารเคมีบนเส้นผม ทำให้เส้นผมส่องประกายเงางามได้ยาก ถ้าใช้ผลิตภัณฑ์แต่งผมบ่อยๆ ก็ควรจะสระผมด้วยแชมพูสูตรอ่อนใสบ้าง เพื่อช่วยชำระสารเคมีตกค้างจากผลิตภัณฑ์ด้วย
      
ควรดูแลเส้นผมด้วยการหมั่นบำรุงผมด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของมอยซ์เจอไรเซอร์ที่เข้มข้นเป็นพิเศษ เพื่อช่วยคืนความชุ่มชื้นให้กับเส้นผมที่เสียไป
      
ด้วยการหมักทรีตเม้นท์ทิ้งไว้ หรืออบไอน้ำ ถ้าไม่มีเครื่องอบไอน้ำ ให้ทาทรีตเม้นต์นวดให้ทั่วศีรษะ จากนั้นต้มน้ำ เทลงในกาละมังใบเล็กๆ แล้วเอาผ้าขนหนูลงไปแช่ในน้ำร้อนสัก 3 นาที จากนั้นบิดขึ้นมาแล้วน้ำมาพันที่ผม แล้วปล่อยทั้งไว้จนกว่าความร้อนจะคลายหมดไป ใช้เวลาประมาณ 5 - 7 นาที
 
10. ไม่เล็มปลายผม
      
 สำหรับผู้หญิงที่ไว้ผมยาวมากๆ ควรจะเล็มปลายผมทุก 8-10 สัปดาห์ ประมาณ 1- 2 นิ้ว เพื่อตัดปลายผมที่เสียและขาดความชุ่มชื่นทิ้งไปบ้าง เนื่องจากผมยาวไป ก็จะทำให้การดูและและบำรุงผมนั้นจะไม่ทั่วถึง ซึ่งจะทำให้ช่วงบริเวณ ปลายผมจึงอ่อนแอ และแตกปลายบ่อยๆ นั่นเอง
      
ถ้าเราไม่เล็มผมที่แตกปลายออกไปแล้วล่ะก็ ผมที่เสียก็จะลามไปจนทำให้ผมที่ยาวอยู่แล้วของเรา ขาดสะบั้นไปซะก่อนที่มันจะยาว
      
เพราะการที่คุณปล่อยผมให้ยาวต่อไปเรื่อยๆ จะทำให้ผมสั้นบ้างยาวบ้าง จะไม่ยาวเสมอในระดับเดียวกัน ซึ่งในเส้นผมบนศีรษะแต่ละเส้นนั้นจะมีความยาวและเจริญงอกงามไม่เท่ากัน ไม่ว่าคุณจะไว้ผมสั้นหรือยาว และก็อย่าลืมเล็มปลายผมทุกๆเดือน

โดย : Chang noye
อัพเดท : 13-07-58, 10:47 น.
ที่มา :

ความสวยความงามล่าสุด
ดูข่าวความสวยความงามทั้งหมด
นโยบายการใช้งาน
Copyright © 2015 KhanPak.com. All Rights Reserved.
ติดต่อเรา : 02-8779346, 086-3788812 (จ.-ส. เวลา 8.30-17.30)