รู้มั้ย ทำไมจึงปวดท้องเวลาเป็นรอบเดือน

เว็บไซต์คันปาก โดนใจทุกคลิก

รู้มั้ย ทำไมจึงปวดท้องเวลาเป็นรอบเดือน

     เมื่อเริ่มมีประจำเดือนผู้หญิงส่วนใหญ่จะมีอาการปวดท้องขณะมีประจำเดือน บางคนจึงคิดว่าอาการปวดประจำเดือนนั้นเป็นสิ่งธรรมดาที่เกิดขึ้นระหว่างการมีประจำเดือน ถ้าคิดแบบนี้ก็คงจะใช้ได้กับคนที่มีอาการปวดประจำเดือนไม่มาก คือ ปวดพอรู้สึกรำคาญ ไม่ต้องรับประทานยาอาการก็หายไปเอง อาการปวดประจำเดือนนี้ส่วนใหญ่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1-2 ของการมีประจำเดือน และจะหายไปภายใน 1-2 วัน แต่มีผู้หญิงบางรายที่มีอาการปวดท้องมากขณะมีประจำเดือนทุกครั้ง จะต้องรับประทานยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล 2 เม็ด อาการจึงทุเลา ซึ่งลักษณะการปวดประจำเดือนทั้ง 2 อย่างที่กล่าวมาแล้วถือว่าเป็นเรื่องปกติที่เกิดได้ในผู้หญิง เป็นอาการปวดประจำเดือนที่ไม่รู้สาเหตุ แต่ส่วนใหญ่เมื่อแต่งงานแล้วอาการจะหายไป

โรคที่อาจเกิดเมื่อมีการปวดประจำเดือนที่ผิดปกติ

เมื่อมีอาการปวดประจำเดือนมากหรือผิดปกติ อาจเป็นที่มาของการเกิดโรคต่างๆ ดังนี้

1. เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) สามารถแบ่งเป็น 3 ชนิดย่อย คือ
- ช๊อกกาแลตซีสต์ : จะเกิดเฉพาะที่รังไข่ จึงเรียกว่าช๊อกโกแลตซีสต์
- จุดเลือดออกในอุ้งเชิงกราน : ส่องกล้องเข้าไปดูในท้องว่ามีจุดเลือดออกหรือไม่ บางครั้งใช้การตรวจภายในช่วย เพื่อดูจุดที่เจ็บการใช้อัลตร้าซาวด์ไม่สามารถเห็นได้
- ชนิดที่อยู่ในกล้ามเนื้อมดลูก มีอาการปวดท้องมาก เลือดออกกระปริกระปรอยหรือออกมากผิดปกติ อาจต้องได้รับการผ่าตัด

2. เนื้องอกของกล้ามเนื้อมดลูก ก้อนเนื้องอกแทรกอยู่ในกล้ามเนื้อมดลูก เวลามีประจำเดือนมดลูกจะบีบตัว เพื่อขับเลือดออกมา
3. ปีกมดลูกอักเสบ เกิดจากการติดเชื้ออุ้งเชิงกรานอักเสบ มีอาการตกขาวบ่อย เป็นทั้งช่วงที่มีหรือไม่มีประจำเดือน ถ้ามีประจำเดือนอาการปวดท้องจะมากขึ้น

ปวดประจำเดือนเพราะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

หลายคนมีอาการปวดท้องมากจนต้องหยุดงานทุกครั้งที่มีประจำเดือน บางทีมีอาการหน้ามืดคล้ายจะเป็นลมด้วย ถ้ามีอาการมากจำเป็นต้องพบแพทย์ แพทย์จะแนะนำให้ตรวจภายใน เพราะอาการไม่ใช่การปวดท้องธรรมดา ซึ่งสาเหตุอาจเกิดจากเยื่อบุมดลูกอยู่ผิดที่ เช่น เยื่อบุมดลูกไปอยู่ที่ในอุ้งเชิงกราน รังไข่ หรือแทรกเข้าไปในเนื้อมดลูก เป็นต้น


สาเหตุของเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

ปัญหานี้คงตอบได้ยากเพราะยังไม่รู้สาเหตุที่แท้จริง แต่เหตุผลที่น่าจะเป็นไปได้มี 2 ประการคือ

1. เป็นมาแต่กำเนิด จากสาเหตุใดไม่ทราบทำให้มีเนื้อเยื่อคล้ายเยื่อบุมดลูกไปอยู่ในรังไข่ ๆ จึงโตเป็นถุงน้ำที่เรียกว่า ช็อคโกแลตซีส ซึ่งโดยทั่วไปแล้วถ้าแพทย์ตรวจพบซีสที่รังไข่โตเกิน 6 เซนติเมตร จะแนะนำให้ทำผ่าตัด

2. เกิดจากการไหลย้อนกลับของเลือดประจำเดือนเข้าในช่องท้อง โดยไหลผ่านท่อนำไข่เข้าไป ซึ่งพิสูจน์ได้ โดยมักพบโรคนี้ในสตรีที่เคยมีบุตรแล้ว เพราะในเลือดประจำเดือนจะมีส่วนของเยื่อบุมดลูกลอกหลุดออกมาปนอยู่ด้วย ดังนั้นเมื่อเลือดไหลเข้าในช่องท้องจึงมีส่วนของเยื่อบุมดลูกหลุดเข้าไปฝังตัวได้

การรักษาเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

การมีเยื่อบุมดลูกอยู่ผิดที่นั้น หญิงบางรายเป็นมากแต่ไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ เลย ส่วนบางรายเป็นไม่มากกลับมีอาการปวดท้องมาก ในรายที่เป็นไม่มากแพทย์อาจจะรักษาด้วยการให้ยา เช่น ยาพ่นจมูก ยารับประทานหรือยาฉีด แต่การใช้ยาเหล่านี้มักมีปัญหาคือยาค่อนข้างแพง และผลการรักษาไม่แน่นอน บางรายอาจกลับมาเป็นอีกหลังจากหยุดยา แต่ในบางรายที่มีอาการมาก แพทย์อาจจะแนะนำให้ทำผ่าตัด 

โดย : ทีมงานคันปาก
อัพเดท : 29-10-58, 13:06 น.
ที่มา :

Momypedia


แม่และเด็กล่าสุด
ดูข่าวแม่และเด็กทั้งหมด
นโยบายการใช้งาน
Copyright © 2015 KhanPak.com. All Rights Reserved.
ติดต่อเรา : 02-8779346, 086-3788812 (จ.-ส. เวลา 8.30-17.30)