นอนกรน เรื่องใหญ่ขอลูกน้อย

เว็บไซต์คันปาก โดนใจทุกคลิก

นอนกรน เรื่องใหญ่ขอลูกน้อย

     เสียงกรนฟี้ๆของลูกน้อย อาจจะเป็นเรื่องน่ารักน่าชังของคุณแม่บางคน ที่คิดว่าลูกนอนสบายจนระบายความสุขออกมาเป็นเสียงกรน แต่เมื่อไหร่ก็ตามหากเจ้าตัวเล็กเริ่มกรนเสียงดังขึ้น คุณแม่ควรกังวลได้แล้ว เพราะภาวะนอนกกรนในเจ้าตัวเล็กส่งผลโดยตรงต่อพัฒนาการทั้งทางร่างกาย และสติปัญญาของลูก และหากมีอาการหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วยงานนี้อาจมีอันตรายถึงชีวิตค่ะ

     เด็กนอนกรนส่วนใหญ่จะพบในช่วงที่ลูกเริ่มโตตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป เนื่องจากต่อมน้ำเหลืองรวมถึงต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์โตขึ้น ส่งผลให้เกิดการอุดกั้นของทางเดินหายใจจนเกิดเสียงกรน นอกจากนี้ภาวะนอนกรนของเจ้าตัวเล็กอาจเกิดจาก โรคภูมิแพ้, โรคระบบทางเดินหายใจ,ครอบครัวมีประวัติโรคนอนกรน, หรือลูกน้อยมีน้ำหนักเกินมาตรฐาน เพราะหากอ้วนเกินไปจะมีไขมันรอบคอเยอะ เมื่อหลับกล้ามเนื้อเกิดหย่อนตัว ไขมันไปกดทับทางเดินหายใจมากส่งผลให้นอนกรน

นอนกรน ภัยร้ายยามหลับ

     การที่เจ้าตัวเล็กนอนกรนส่งผลต่อการนอนหลับที่ไม่มีคุณภาพ หลับไม่สนิท หลับไม่ลึก ทำให้ร่างกายพักผ่อนได้ไม่เต็มที่ ส่งผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการตามวัย เพราะจะมีผลต่อการหลั่ง Growth Hormone ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของเด็กที่จะหลั่งออกมาในตอนหลับสนิทกลางดึกเท่านั้น ซึ่งการนอนหลับที่ไม่มีคุณภาพจะทำให้เมื่อตื่นขึ้นมาลูกน้อยจะไม่สดชื่น กระปรี้กระเปร่า อ่อนเพลีย งัวเงีย อาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการเรียนรู้ สมาธิสั้น ความจำไม่ดี ก้าวร้าว ซนกว่าปกติ และหากลูกน้อยมีอาการกรนและมีอาการหยุดหายใจร่วมด้วยยิ่งต้องระวัง เพราะการหยุดหายใจตอนหลับส่งผลให้ออกซิเจนในเลือดลดลง หัวใจจึงทำงานหนักเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกาย หากคุณแม่ปล่อยให้อาการนี้เกิดขึ้นนาน ๆ ลูกน้อยจะมีอาการหัวใจโต และอาจรุนแรงถึงขั้นเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวเสียชีวิตได้

     การนอนกรนจะรบกวนการนอนของเจ้าตัวเล็ก ทำให้ลูกน้อยมีอาการต่างๆเข้ามาเป็นอุปสรรคการนอนหลับไม่ว่าจะเป็น ปวดปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน ปัสสาวะรดที่นอน นอนหลับไม่สนิท นอนดิ้น ผวาตื่น หรือฝันร้ายง่าย และการนอนกรนยังทำให้ลูกอ้าปากเวลานอน เพราะต่อมอะดีนอยด์โต ทำให้กระดูกเพดานปากโก่งสูง ส่งผลอาจทำให้ฟันหน้ายื่นผิดรูป (ฟันเหยิน) สาเหตุเพราะเจ้าตัวเล็กที่นอนกรนจะหายใจเข้าออกผ่านทางปากมากกว่าการหายใจเข้าออกผ่านช่องทางปกติคือจมูก

แก้ปัญหาลูกนอนกรน

      - ควรดูแลสภาพแวดล้อมในห้องนอนของเจ้าตัวเล็กว่าขัดขวางสุขลักษณะการนอนที่มีคุณภาพหรือเปล่า เช่น อากาศไม่ถ่ายเท มีแสงสว่างส่องตาลูก อากาศร้อนหรือหนาวเกินไป มีอะไรมาปิดทับการหายใจ (เช่น หมอน ผ้าห่ม) ของลูกหรือเปล่า

     - เช็กดูว่าลูกน้อยมีน้ำมูกหรือเปล่า บางครั้งเจ้าตัวเล็กป่วยเป็นหวัด น้ำมูกก็เป็นอุปสรรคต่อการนอน ทำให้เกิดอาการกรนได้ หากเป็นสาเหตุนี้คุณแม่ก็จัดการเจ้าน้ำมูกตัวร้ายซะเลยค่ะ

     - ลองจับลูกนอนตะแคงเพราะจะทำให้อาการนอนกรนของลูกลดลงได้

     - แนวทางการรักษาทางการแพทย์ คุณหมอจะตรวจร่างกายเพื่อหาสาเหตุที่เด็กนอนกรน เช่น ต่อมทอนซิลหรือต่อมอะดีนอยด์โตผิดปกติ หรือจมูกอักเสบจากโรคภูมิแพ้หรือไม่ แล้วรักษาตามอาการ ส่วนอาการหยุดหายใจขณะหลับ คุณหมอจะทำการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เพื่อดูว่ามีอาการหยุดหายใจขณะหลับหรือไม่

แบบนี้อันตราย

     - หลับแล้วมีเสียงกรนดังและเป็นประจำ

     - เสียงกรนขาดๆหายๆ หายใจเฮือกเหมือนขาดอากาศ

     - กรนร่วมกับอาการหยุดหายใจ หน้าอกไม่ขยับขึ้นลง

     - ตอนหลับรอบปากเขียวหรือริมฝีปากคล้ำ

     - เวลานอนหายใจอกบุ๋ม ท้องโป่ง

     - กลางวันเจ้าตัวเล็กงัวเงีย ง่วงนอนผิดปกติ ขี้หงุดหงิด ซนมาก สมาธิสั้น

     หากภาวะนอนกรนของลูกเริ่มทำให้เจ้าตัวเล็กมีอาการเข้าข่ายข้างต้น อาจเป็นไปได้ว่าเริ่มมีความผิดปกติจนอาจเกิดอันตรายแล้ว ควรพาลูกไปพบแพทย์ค่ะ

โดย : ทีมงานคันปาก
อัพเดท : 01-01-59, 17:52 น.
ที่มา :

momypedia


แม่และเด็กล่าสุด
ดูข่าวแม่และเด็กทั้งหมด
นโยบายการใช้งาน
Copyright © 2015 KhanPak.com. All Rights Reserved.
ติดต่อเรา : 02-8779346, 086-3788812 (จ.-ส. เวลา 8.30-17.30)