10 วิธี ช่วยกระตุ้นลูกน้อยในครรภ์

เว็บไซต์คันปาก โดนใจทุกคลิก

10 วิธี ช่วยกระตุ้นลูกน้อยในครรภ์

นับตั้งแต่คุณแม่ตั้งครรภ์ได้ 2-3 เดือน สมองของลูกน้อยเริ่มทำงานและรับรู้สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นรอบตัว พอ 3-4 เดือนประสาทหูและประสาทตาของลูกเริ่มทำงานได้ดีขึ้น ทำให้สามารถรับรู้เสียงที่ดังขึ้นและแสงที่จ้าจากภายนอกได้แล้ว จนกระทั่งอายุครรภ์ 5-6 เดือน ประสาทสัมผัสต่างๆ ของลูกในครรภ์สมบูรณ์เต็มที่ ส่งผลให้ลูกน้อยไวต่อการสัมผัส รวมถึงสามารถควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ และสื่อสารให้คุณแม่รับรู้ได้ด้วยการเคลื่อนไหว เตะ ถีบ เป็นต้น

10 วิธี ช่วยกระตุ้นลูกน้อยในครรภ์ 

1. การปรับอารมณ์ให้ดีอยู่เสมอช่วยกระตุ้นลูกรักในครรภ์
                คนอารมณ์ดีย่อมมีความสุขกว่าคนอารมณ์ไม่ดีอยู่แล้ว จากการศึกษาทางการแพทย์พบว่าคุณแม่ที่อารมณ์ดีอยู่เสมอจะทำให้ร่างกายมีการ หลั่งสารแห่งความสุขที่เรียกว่า เอนดอร์ฟิน (endorphin) ออกมาผ่านไปทางสายสะดือไปยังลูกทำให้ลูกมีพัฒนาการที่ดีทั้งสมอง (IQ) และอารมณ์ (EQ) ในทางตรงกันข้ามคุณแม่ที่มีอารมณ์หงุดหงิด โมโหง่าย ร่างกายจะหลั่งสารแห่งความเครียดที่เรียกว่า อะดรีนาลิน (adrenalin) ออก มาผ่านไปยังลูก ผลดังกล่าวจะทำให้ลูกคลอดออกมาเด็กงอแง เลี้ยงยาก พัฒนาการช้า ฟังดูแล้วจะว่าทำได้ง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก เพราะบางคนไม่ใช่คนที่จะปล่อยวางอะไรได้ง่ายๆ หรือเป็นคนเครียดตลอดเวลา ถ้าต้องมาปรับอารมณ์ให้ดี อาจจะเครียดจากการปรับอารมณ์หรือเปล่าผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน 

2. ฟังเพลงช่วยกระตุ้นลูกรักในครรภ์
                ระบบประสาทการรับฟังของลูกน้อยในครรภ์จะเริ่มทำงานตั้งแต่อายุครรภ์ประมาณ 5 เดือน การใช้เสียงกระตุ้นจะทำให้เครือข่ายใยประสาทที่ทำงานเกี่ยวกับการได้ยินของลูกมีพัฒนาการดีขึ้น เสียงที่ดีที่ควรใช้ในการกระตุ้นก็คือ เสียงเพลง โดย เฉพาะเพลงที่มีความไพเราะและคุณแม่ชอบฟัง เวลาคุณแม่ฟังเพลง ควรจะเปิดเสียงเพลงให้อยู่ห่างจากหน้าท้องประมาณ 1 ฟุต และเปิดเสียงดังพอประมาณเพื่อลูกในครรภ์จะได้ฟังเสียงเพลงไปด้วย การที่ลูกในครรภ์ได้รับฟังเสียงเพลงคลื่นเสียงจะไปกระตุ้นให้ระบบประสาทที่ เกี่ยวข้องกับการได้ยินมีการพัฒนาระบบการทำงานได้เร็วขึ้น ทำให้เมื่อลูกคลอดออกมา มีความสามารถในการจัดลำดับความคิดในสมอง รู้สึกผ่อนคลาย และจดจำสิ่งต่างๆได้ดี 

3. พูดคุยกับลูกช่วยกระตุ้นลูกรักในครรภ์
                การพูดคุยกับลูกในครรภ์บ่อยๆ จะช่วยให้ระบบประสาทและสมองที่ควบคุมการได้ยินมีพัฒนาการที่ดีและเตรียม พร้อมสำหรับการได้ยินหลังคลอด คุณแม่ควรพูดกับลูกบ่อยๆ ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ประโยคซ้ำๆ เพื่อให้ลูกคุ้นเคย อย่าไปเล่าเรื่องทุกข์ใจ เช่น เป็นหนี้เขาอยู่ หรือส่งแชร์ไม่ทัน ให้ลูกฟังนะครับ เพราะเดี๋ยวลูกจะเครียดเสียตั้งแต่อยู่ในท้อง

4. นวด ลูบหน้าท้องช่วยกระตุ้นลูกรักในครรภ์
                การลูบหน้าท้องจะกระตุ้นระบบประสาทและสมองส่วนรับรู้ความรู้สึกของลูกให้มี พัฒนาการดีขึ้น การลูบท้องควรลูบเป็นวงกลม จะจากบนลงล่างหรือจากล่างขึ้นบน บริเวณไหนก่อนก็ได้ครับ

5. ส่องไฟที่หน้าท้องช่วยกระตุ้นลูกรักในครรภ์
                ลูกน้อยในครรภ์สามารถกระพริบตาเพื่อตอบสนองต่อแสงไฟที่กระตุ้นได้ตั้งแต่อายุครรภ์ประมาณ 7 เดือน การส่องไฟที่หน้าท้องจะทำให้เซลล์สมองและเส้นประสาทส่วนรับภาพและการมองเห็น มีพัฒนาดีขึ้นและเตรียมพร้อมสำหรับการมองเห็นภายหลังคลอด การส่องไฟที่หน้าท้องไม่จำเป็นต้องไปเล็งว่าแสงจะเข้าตรงกับนัยน์ตาของลูก หรือเปล่าหรอกครับ คุณแม่บางคนมาขอให้หมอตรวจอัลตราซาวนด์เพื่อหาตำแหน่งของนัยน์ตาลูกก็มี ผมว่ามันออกจะมากเกินไปครับ เอาแค่ให้ลูกรู้ว่ามีแสงส่องเข้ามาก็น่าจะพอแล้วละครับ 

6. ออกกำลังกายช่วยกระตุ้นลูกรักในครรภ์
                เวลาคุณแม่มีการออกกำลังกาย ลูกที่อยู่ในครรภ์ก็จะมีการเคลื่อนไหวตามไปด้วย และผิวกายของลูกจะไปกระแทกกับผนังด้านในของมดลูก ผลดังกล่าวจะกระตุ้นระบบประสาทสัมผัสของลูกให้พัฒนาดีขึ้น

7. เลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมช่วยกระตุ้นลูกรักในครรภ์
                เนื้อสมองของลูกน้อยในครรภ์มีองค์ประกอบเป็นไขมันโดยเฉพาะไขมันที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวเป็นองค์ประกอบถึงร้อยละ 60 กรดไขมันไม่อิ่มตัวที่ความสำคัญต่อพัฒนาการสมองของลูกน้อยในครรภ์คือ กรดไขมันที่มีชื่อว่า ดีเอ็ช เอ (DHA) ซึ่งมีมากในอาหารปลาพวกปลาทะเลและสาหร่ายทะเล และ เออาร์เอ (ARA) ซึ่งมีมากในอาหารพวกน้ำมันพืช เช่น น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันเม็ดทานตะวัน และน้ำมันข้างโพด การเลือกรับประทานอาหารที่มีสารอาหารดังกล่าวให้เพียงพอจะทำให้ลูกในครรภ์ได้ รับวัตถุดิบคุณภาพดีในการสร้างเนื้อสมองและระบบเส้นใยประสาทให้มีคุณภาพดี ตามไป

8. เดินเล่นกระตุ้นทารกในครรภ์ช่วยกระตุ้นลูกรักในครรภ์ 
                การออกไปเดินเล่นยืดเส้นยืดสายถือเป็นการออกกำลังกายเบาๆ ที่สามารถทำกันได้ทุกคนค่ะ ยิ่งหากเลือกช่วงเวลาเช้า หรือเย็นที่อากาศดี ไม่ร้อนเกินไป เดินเล่นยืดเส้นยืดสายในสวนสาธารณะก็จะทำให้กล้ามเนื้อต่างๆ ได้ยืดคลาย และช่วยให้สดชื่นจากการรับก๊าซออกซิเจนได้ด้วยค่ะ เมื่อแม่ผ่อนคลายรับอากาศดีๆ ก็ช่วยกระตุ้นให้ลูกในครรภ์ผ่อนคลายได้เช่นกันค่ะ

9. ให้ลูกเตะกระตุ้นทารกในครรภ์
                โดยปกติเมื่อตั้งครรภ์ ถึงช่วงที่ลูกเริ่มดิ้น ถีบ เตะ ต่อย อยู่ในท้องแม่ได้แล้ว คุณแม่อาจจะเล่น หรือกระตุ้นลูกด้วยการเอามือลูบ หรือกระตุ้นให้ลูกเตะมากขึ้น เมื่อลูกได้รับการกระตุ้นจากภายนอกก็จะขยับตัวมากขึ้น ช่วยให้ลูกได้ออกกำลังกาย ยืดเส้นยืดสายอยู่ในท้อง และยังทำให้ทราบว่าลูกยังเคลื่อนไหวเป็นปกติอยู่ค่ะ เพราะถ้าลูกไม่ดิ้นเลย อาจเป็นสัญญาณที่ไม่ดีเท่าไหร่ค่ะ

10. อ่านหนังสือ อ่านนิทานกระตุ้นทารกในครรภ์
                การอ่านหนังสือคล้ายกับการพูดคุย หรือให้ลูกฟังเพลง เป็นการกระตุ้นการได้ยินของลูก การเล่านิทาน หรืออ่านหนังสือให้ลูกฟัง ยังช่วยให้แม่ได้ผ่อนคลายด้วยค่ะ เลือกหนังสือหรือนิทานที่แม่ชอบ และอ่านออกเสียงเพื่อลูกได้ได้ยินเสียงแม่่ ช่วยให้เขาจดจำเสียงพ่อแม่ได้ตั้งแต่ในครรภ์ 
 

ขอบคุณข้อมูลประกอบจาก
รองศาสตราจารย์นายแพทย์วิทยา ถิฐาพันธ์
ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา 
Faculty of Medicine Siriraj Hospital
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

 

โดย : ทีมงานคันปาก
อัพเดท : 03-03-59, 16:41 น.
ที่มา :

rakluke


แม่และเด็กล่าสุด
ดูข่าวแม่และเด็กทั้งหมด
นโยบายการใช้งาน
Copyright © 2015 KhanPak.com. All Rights Reserved.
ติดต่อเรา : 02-8779346, 086-3788812 (จ.-ส. เวลา 8.30-17.30)