เคล็ดลับน่ารู้...ที่คุณแม่สามารถช่วยลูกน้อยหัวสวย

เว็บไซต์คันปาก โดนใจทุกคลิก

เคล็ดลับน่ารู้...ที่คุณแม่สามารถช่วยลูกน้อยหัวสวย

  คุณแม่หลายคนก็หวังอยากให้ลูกน้อยของตัวเองสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ และ “หัวทุย” สวยได้รูป วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆ ช่วยลูกหัวสวยมาฝากกันค่ะ

ลูกหัวไม่ทุย หรือหัวแบน มีลักษณะอย่างไร

- ทารกที่หัวไม่ทุย จะมีลักษณะกะโหลกศีรษะด้านท้ายทอยแบนราบ ทั้งด้านซ้ายและด้านขวา

- ทารกหัวเบี้ยว จะมีลักษณะศีรษะด้านท้ายทอยแบนราบเพียงด้านใดด้านหนึ่ง

ลูกหัวไม่ทุย หรือหัวเบี้ยว เกิดจากอะไร

1. เกิดขึ้นตั้งแต่แรกเกิด เกิดจากถูกกดทับจากมดลูกต่อกะโหลกท้ายทอยทารกเป็นเวลานาน มักเกิดกับคุณแม่ที่มีลูกแฝด หรือสาเหตุมาจากอุปกรณ์ช่วยคลอด เช่น คีม หรือเครื่องสุญญากาศ มักเกิดกับเด็กที่คลอดก่อนกำหนดมากกว่าเด็กที่คลอดตามปกติ เนื่องจากกะโหลกศีรษะจะมีความอ่อนนุ่มมากกว่า

2. เกิดขึ้นหลังคลอด เกิดจากท่านอนของทารกที่กะโหลกศีรษะถูกกดทับจากด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไปจนกะโหลกท้ายทอยแบน หรือเบี้ยว

เคล็ดลับท่านอนช่วยให้ลูกหัวสวย

แรกเกิด - 3 เดือน ท่านอนที่เหมาะสมที่สุดคือ นอนหงายและนอนตะแคง คุณแม่ควรให้ทารกนอนตะแคงข้างซ้าย-ขวา สลับกันบ่อยๆ เพราะเป็นช่วงที่กะโหลกศีรษะอ่อนที่สุด ไม่ควรให้ลูกนอนคว่ำ เนื่องจากกระดูกคอและกระดูกสันหลังของลูกยังไม่แข็งแรง ทำให้ทารกไม่สามารถยกคอขึ้นเองได้ และอาจทำให้ทารกเสียชีวิตขณะนอนหลับจากภาวะ SIDS (Sudden Infant Death Syndrome) ได้อีกด้วย

วัย 4 - 6 เดือน ช่วงนี้ทารกสามารถนอนคว่ำได้อย่างปลอดภัย เนื่องจากกระดูกคอเริ่มแข็งแรงแล้ว นอกจากท่านอนคว่ำจะสามารถช่วยให้ลูกหัวทุยเพราะไม่ถูกกดทับจากการนอนแล้วยังช่วยลดอาการนอนสะดุ้ง หรือผวาในทารกได้อีกด้วย

วัย 7 - 12 เดือน สามารถนอนหงาย นอนตะแคง และนอนคว่ำได้ทั้ง 3 ท่า เนื่องจากทารกสามารถพลิกตัวได้แล้ว

ข้อแนะนำ :

การใช้เปลอุ้มเด็กก็สามารถช่วยให้ลูกหัวทุยได้ เนื่องจากการใช้เปลอุ้มเด็กโดยการให้ลูกหันหน้าเข้าหาพ่อ หรือแม่จะช่วยให้ศีรษะลูกเป็นอิสระ ไม่ถูกกดทับ

 

บทความแนะนำ

เทคนิคดีๆ เมื่อต้องเลี้ยงลูกรักในห้องแอร์

เลี้ยงลูกด้วยความเชื่อแบบนี้ จะผิดไหม

โดย : Chang noye
อัพเดท : 18-05-59, 17:14 น.
ที่มา :

rakluke


แม่และเด็กล่าสุด
ดูข่าวแม่และเด็กทั้งหมด
นโยบายการใช้งาน
Copyright © 2015 KhanPak.com. All Rights Reserved.
ติดต่อเรา : 02-8779346, 086-3788812 (จ.-ส. เวลา 8.30-17.30)