โรคซางในเด็กเล็ก พ่อแม่ควรรับมืออย่างไร?

เว็บไซต์คันปาก โดนใจทุกคลิก

โรคซางในเด็กเล็ก พ่อแม่ควรรับมืออย่างไร?

ในอดีตโรคซาง พบมากในเด็กต่างจังหวัด เด็กที่เป็นซางจะมีลักษณะหัวโตก้นปอด หรือเรียกอีกอย่างว่า โรคหัวโตก้นปอด หรือโรคเลี้ยงไม่โต แท้จริงแล้วเด็กที่เป็นซางนั้น คือ เด็กขาดสารอาหารประเภทโปรตีน ทำให้กล้ามเนื้อลีบเล็กทำให้เลี้ยงไม่โต ในปัจจุบันคุณแม่มีความรู้มากขึ้นให้ความสำคัญกับภาวะโภชนาการของลูกทำให้โรคซางเริ่มเลือนหายไปจากสังคมยุคปัจจุบัน ส่วนใหญ่ตรวจพบในเด็กต่างจังหวัดและเรียกว่า โรคขาดสารอาหาร หรือ ภาวะเลี้ยงไม่โต

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ลูกเป็นเด็กเลี้ยงไม่โต มีดังนี้

1. แม่ขาดความรู้ในการเตรียมอาหาร และอาหารที่เหมาะสมตามช่วงวัย

2ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอเนื่องมาจากปัจจัยด้าน เศรษฐกิจ สังคมไม่ดี

3. เริ่มอาหารเร็วหรือช้าเดินไป เด็กควรได้รับอาหารมื้อแรก เมื่ออายุ 6 เดือนขึ้นไป

4. มีการดูดซึมอาหารจากลำไส้ผิดปกติ เช่น ท้องร่วง/ท้องเสียเรื้อรัง หรือแพ้น้ำตาลแลกโตสในนม

5. มีการใช้กำลังงานสารอาหารมาก หรือมีความต้องการกำลังงานสารอาหารมากในกรณีมีโรคบางอย่าง เช่น โรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ โรคมะเร็ง หรือมีการอักเสบของลำไส้เรื้อรัง โรคหัวใจ โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง

ป้องกันลูกเกิดปัญหาขาดสารอาหารเลี้ยงไม่โต ได้ดังนี้

1.เด็กทารก ควรได้รับนมอย่างเดียวถึง 6 เดือน หลังจากนั้นให้อาหารเสริมตามวัย และให้นมควบคู่ไปด้วย

2. ทารกและเด็กในแต่ละช่วงอายุต้องการกำลังงานแตกต่างกัน โดย อาหารที่ทารกและเด็กรับประทานควรมีสัดส่วนพลังงาน ที่สมดุล กล่าวคือ ในแต่ละวัน ควรได้กำลังงานจากคาร์โบไฮ เดรต 40-60% จากโปรตีน 7-15% และจากไขมัน 30 – 35% คุณแม่ต้องเติมน้ำมันลงในการเตรียมอาหารให้ลูกด้วยหลายคนเข้าใจผิดไม่ให้กินไขมันเลยกลัวลูกอ้วน

3. คุณแม่ควรทราบว่าอาหารชนิดใดให้ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน เพื่อจัดเตรียมอาหารให้เด็กได้อย่างเหมาะสม

 

Photo credit: pixabay.com

บทความแนะนำ

โรคซางในเด็ก เรื่องใกล้ตัว ที่คุณแม่มือใหม่ต้องรู้

สิ่งที่คุณแม่ควรจัดการ “ผื่น” ที่เกิดจากสิ่งนี้…

โดย : Chang noye
อัพเดท : 18-07-59, 10:34 น.
ที่มา :

mamaexpert


แม่และเด็กล่าสุด
ดูข่าวแม่และเด็กทั้งหมด
นโยบายการใช้งาน
Copyright © 2015 KhanPak.com. All Rights Reserved.
ติดต่อเรา : 02-8779346, 086-3788812 (จ.-ส. เวลา 8.30-17.30)